บทความสินเชื่อเงินสด

icon-filter ค้นหาสินเชื่อเงินสดแบบละเอียด
product filter
product filter
product filter
product filter

"รีไฟแนนซ์บ้าน" ความจำเป็นที่คุณควรทราบ พร้อมตอบทุกข้อสงสัย และชี้เป้ารีไฟแนนซ์ที่ไหนดีสุด คุ้มสุด แบบไม่จกตา!

icon 15 ก.ค. 68 icon 7,212
Share
"รีไฟแนนซ์บ้าน" ความจำเป็นที่คุณควรทราบ พร้อมตอบทุกข้อสงสัย และชี้เป้ารีไฟแนนซ์ที่ไหนดีสุด คุ้มสุด แบบไม่จกตา!
หลายคนเมื่อกู้ซื้อบ้าน อัตราดอกเบี้ยที่ได้รับในช่วง 3 ปีแรกของการผ่อนชำระจะค่อนข้างต่ำ แต่พอเข้าปีที่ 4 จะเห็นได้ว่าดอกเบี้ยเดิมที่เคยได้รับก็จะมีการปรับเปลี่ยนไป ส่วนใหญ่จะไปในทางขาขึ้น คือแพงขึ้น (เป็นอัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัว) ซึ่งในช่วงเวลานี้เองที่ทำให้หลายคนต้องมองหาสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านเพื่อเป็นตัวช่วยในการลดภาระดอกเบี้ย เพื่อให้หนี้หมดไว เป็นเจ้าของบ้านได้เร็วขึ้น หรือเป็นตัวช่วยลดภาระค่าผ่อนชำระในกรณีที่ต้องการลดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน...อย่ารอช้าเลยค่ะ มาดูและทำความรู้จักกับ "สินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน" ไปพร้อมๆ กันเลยค่ะ

ทำความเข้าใจ กับ "รีไฟแนนซ์บ้าน"

"รีไฟแนนซ์บ้าน" เป็นการยื่นขอสินเชื่อเปลี่ยนหนี้ก้อนเก่าให้เป็นหนี้ก้อนใหม่ทั้งก้อน กับธนาคารใหม่ โดยมีเป้าหมายหลัก คือ ลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ดังนั้น เราจะเลือกรีไฟแนนซ์ไปยังธนาคารที่ให้อัตราดอกเบี้ยถูกลงกว่าหนี้เดิม นอกจากนี้การรีไฟแนนซ์ยังสามารถทำให้เรากำหนดกลยุทธ และวิธีการในการผ่อนชำระสินเชื่อได้ เช่น 
 
ตัวอย่างที่ 1 ถ้าเราอยากผ่อนชำระให้หนี้หมดเร็ว เราก็ควรเลือกระยะเวลาผ่อนชำระให้สั้นลง
ตัวอย่างที่ 2 ถ้าเราอยากผ่อนคลาย โดยชำระค่างวดต่อเดือนลดลง เราก็ควรเลือกยืดระยะเวลาการกู้ให้ยาวขึ้น เพื่อที่จะทำให้ยอดผ่อนชำระต่อเดือนนั้นลดลง
 
ทั้ง 2 ตัวอย่างนี้ จะเห็นได้ว่า "รีไฟแนนซ์" มีประโยชน์ช่วยให้เราสามารถกำหนดและวางแผนการเงินในอนาคตได้นั่นเอง

ทำไม? ถึงจำเป็นต้อง "รีไฟแนนซ์บ้าน"

เมื่อเข้าใจความหมายของ "รีไฟแนนซ์บ้าน" แล้วว่าคืออะไร เพื่อนๆ เคยสงสัยมั้ยคะว่า...ทำไม? ถึงจำเป็นจะต้อง "รีไฟแนนซ์บ้าน" ซึ่งคำตอบส่วนใหญ่ก็มาจากการตัดสินใจเรื่องดอกเบี้ยในสัญญาสินเชื่อกู้ซื้อบ้านเดิม ซึ่งมักจะกำหนดอัตราดอกเบี้ยในช่วงแรก (1-3 ปีแรก) ค่อนข้างต่ำ ไม่ว่าจะเป็นแบบคงที่ (Fixed Rate) หรือแบบลอยตัว (Floating Rate) แต่หลังจากพ้น 3 ปีแรกไปแล้ว อัตราดอกเบี้ยก็จะถูกปรับเปลี่ยนไปเป็นแบบลอยตัว (Floating Rate) ซึ่งเมื่อคำนวณแล้วมักจะมีอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าในช่วงแรก ดังนั้น เราควรมาทำความรู้จักกับอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกันต่อเลยค่ะ โดยปกติแล้วแต่ละธนาคารมีการกำหนดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัย เป็น 2 ลักษณะ คือ
 
  1. อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ (Fixed Rate) คือ ธนาคารจะคิดอัตราดอกเบี้ยที่กำหนดและได้ตกลงกันไว้ในสัญญาเป็นตัวเลขคงที่ในช่วงเวลาที่กำหนด เช่น ดอกเบี้ย 3% ต่อปีตลอดอายุสัญญา หรือ 3% ในช่วง 3 ปีแรก ซึ่งธนาคารจะมีสิทธิ์คิดอัตราดอกเบี้ยได้แค่ 3% ต่อปีเท่านั้น ไม่สามารถคิดมากกว่านี้ได้ ดังนั้น การคิดอัตราดอกเบี้ยแบบ Fixed Rate จะทำให้เราสามารถคาดการณ์ภาระดอกเบี้ยจ่ายที่แน่นอนได้
  2. อัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัว (Floating Rate) คือ อัตราดอกเบี้ยที่อ้างอิงตามค่า MLR MOR หรือ MRR ซึ่งจะมีความแตกต่างกันในแต่ละธนาคาร ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งเมื่อใดที่ธนาคารมีการเปลี่ยนแปลง ก็จะประกาศอัตราใหม่ให้ลูกค้าทราบ
 
มาถึงตอนนี้...สิ่งที่จะตัดสินว่าตกลงจะรีไฟแนนซ์ หรือไม่รีไฟแนนซ์ นั่นก็ขึ้นอยู่กับตัวเราเองค่ะว่า เรามีความต้องการและความจำเป็นที่จะต้องรีไฟแนนซ์หรือไม่ ทั้งนี้ เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้นทางทีมงาน CheckRaka จึงขอนำข้อเปรียบเทียบระหว่างการ “รีไฟแนนซ์” และ “ไม่รีไฟแนนซ์” มาฝากให้เพื่อนๆ ได้คิดและตัดสินใจกันอีกครั้งค่ะ
 

ประโยชน์ของการ "รีไฟแนนซ์บ้าน" คืออะไร?

การ "รีไฟแนนซ์บ้าน" นับได้ว่ามีประโยชน์มากนะคะ ซึ่งเมื่อเราต้องการที่จะวางแผนการเงินในอนาคตหรือลดภาระให้กับตัวเองเมื่อเกิดสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบกับการใช้ชีวิตประจำวันโดยเฉพาะเรื่องการเงิน เพราะการ "รีไฟแนนซ์บ้าน" ทำให้เราสามารถวางแผนการเงินในอนาคตได้ตามความจำเป็นและความต้องการของเรา แบ่งได้เป็นกรณีต่างๆ ดังนี้
 
กรณีที่ 1 วางแผนผ่อนชำระให้หนี้หมดเร็วขึ้น ซึ่งในกรณีนี้เราจะต้องเลือกผ่อนในจำนวนระยะเวลาที่สั้นลง ด้วยยอดผ่อนชำระต่อเดือนที่มากขึ้น เช่น
 
ตัวอย่างเช่น  ในสัญญาเงินกู้ซื้อบ้านปัจจุบัน สัญญาผ่อนชำระ 30 ปี ถ้าเราผ่อนส่งให้กับธนาคารเดิมมาแล้ว 3 ปี เหลือยอดหนี้ 2,000,000 บาท เหลือระยะเลาผ่อนชำระ 27 ปี ยอดผ่อนชำระต่อเดือน 14,000 บาท และเมื่อเราเลือกที่จะรีไฟแนนซ์ด้วยความต้องการจะให้หนี้หมดเร็วขึ้น ในสัญญารีไฟแนนซ์ฉบับใหม่นี้เราสามารถเลือกระยะเวลาในการผ่อนให้น้อยลงได้จากการยกยอดหนี้เดิมมา 2,000,000 บาท เลือกผ่อน 20 ปี ยอดผ่อนชำระต่อเดือน 18,000 บาท เป็นต้น โดยในกรณีนี้ จำนวนการผ่อนชำระที่มากขึ้น ระยะเวลาที่สั้นลงก็จะทำให้หนี้เราหมดเร็วขึ้นนั่นเองค่ะ
 
กรณีที่ 2 วางแผนที่จะลดยอดผ่อนชำระต่อเดือนให้น้อยลง เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายที่เป็นอยู่ในแต่ละเดือน ซึ่งเหมาะกับสถานการณ์ปัจจุบันที่หลายๆ คนมีสถานะทางการเงินเปลี่ยนแปลงอันเนื่องมาจากสถานการณ์  Covid-19 หรืออาจเกิดจากสถานการณ์ที่มีผลกระทบต่อสถานะทางการเงิน
 
ตัวอย่างเช่น ในสัญญาเงินกู้ซื้อบ้านปัจจุบัน สัญญาผ่อนชำระ 30 ปี ถ้าเราผ่อนส่งมาแล้ว 3 ปี เหลือยอดหนี้ 2,000,000 บาท เหลือระยะเวลาผ่อนชำระ 27 ปี ยอดผ่อนชำระต่อเดือน 14,000 บาท เราสามารถยื่นขอรีไฟแนนซ์ในยอดหนี้คงเหลือ และยืดระยะเวลาการกู้ให้เป็น 30 ปี ใหม่ได้ เพื่อให้ยอดหนี้ในการผ่อนชำระลดลงต่อเดือนเป็น 12,000 บาท เป็นต้น แต่ในกรณีนี้จะต้องดูเงื่อนไขเรื่องอายุของผู้กู้ด้วยนะคะ เพราะบางธนาคารกำหนดการเลือกระยะเวลากู้รวมกับอายุผู้กู้ต้องไม่เกิน 65 ปี เป็นต้น

"รีไฟแนนซ์บ้าน" มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง?

ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในการขอสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านปกติแล้วก็จะไม่แตกต่างจากการขอกู้ซื้อบ้านใหม่สักเท่าไหร่ ซึ่งเรียกว่า "ค่าดำเนินการ" โดยการจะรีไฟแนนซ์บ้านแต่ละครั้งเราจึงควรพิจารณาในส่วนนี้ร่วมกับอัตราดอกเบี้ยด้วยนะคะ เพราะคนส่วนใหญ่มักจะมองข้ามส่วนนี้ไป และดูแค่ว่าดอกเบี้ยธนาคารไหนถูกสุดก็เลือกเลย จึงทำให้การตัดสินใจเลือกกู้กับธนาคารบางแห่งพอบวก ลบ คูณ หาร แล้วกลายเป็นว่าแพงกว่าธนาคารอื่นนั่นเอง สุดท้ายก็จะกลายเป็นการตัดสินใจที่ไม่ค่อยคุ้มเท่าไหร่ ดังนั้น สิ่งสำคัญที่เราควรนำมาเปรียบเทียบด้วยว่า จะขอกู้รีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารไหนดีสุด คุ้มสุด ก็อย่าลืม! เปรียบเทียบในเรื่องของ "ค่าใช้จ่าย" ด้วยนะคะ มาดูกันค่ะว่า "ค่าใช้จ่าย" ที่จะเกิดขึ้นจากการรีไฟแนนซ์บ้านนั้นปกติแล้วมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง?
 
  1. ค่าประเมินราคาทรัพย์สิน โดยทางธนาคารที่เราไปขอรีไฟแนนซ์บ้าน จะให้เจ้าหน้าที่ไปประเมินทรัพย์ ว่าปัจจุบันบ้านของเรามีมูลค่าอยู่ที่เท่าไหร่ เพื่อใช้ประกอบการอนุมัติวงเงินกู้ให้กับเรา ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละธนาคารด้วยค่ะ
  2. ค่าจดจำนอง โดยในการรีไฟแนนซ์แต่ละครั้งเราจะต้องไปจดจำนองใหม่ ณ กรมที่ดิน ซึ่งค่าใช้จ่ายในส่วนนี้จะคิด 1% ของยอดสินเชื่อใหม่
  3. ค่าอากรแสตมป์ ปกติใช้ในอัตรา 0.05% ของยอดสินเชื่อใหม่ที่เราขอกู้
  4. ค่าเบี้ยประกันภัย หรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ ซึ่งในส่วนนี้แล้วแต่เงื่อนไขและข้อตกลงของแต่ละธนาคาร
  5. ค่าเบี้ยปรับ โดยเกิดจากการขอรีไฟแนนซ์ในกรณีที่ผิดเงื่อนไขกับธนาคารเดิม เช่น ผ่อนชำระกับธนาคารเดิมไม่ถึง 3 ปี หรือตามเงื่อนไขในสัญญาเดิม ซึ่งอาจจะคิดในอัตรา 0-3% ของวงเงินกู้ (ในข้อนี้เราควรผ่อนชำระกับที่เดิมให้ครบ 3 ปี หรือครบตามเงื่อนไขในสัญญาเดิมก่อนนะคะ ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้จะได้ไม่เกิด)

ชี้เป้า!! เลือกมาให้แล้ว "รีไฟแนนซ์บ้าน" กับธนาคารไหนดีที่สุด คุ้มที่สุด?

จากข้อมูลเรื่องการ "รีไฟแนนซ์บ้าน" ข้างต้นนี้ ทางทีมงาน CheckRaka หวังว่าข้อมูลดังกล่าวจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ในเรื่องของการรีไฟแนนซ์บ้านมากขึ้นนะคะ หากใครกำลังคิดจะวางแผนในการผ่อนบ้านก็อย่าลืมนำข้อมูลเหล่านี้ไปประกอบการตัดสินใจนะคะ และหากใครผ่อนชำระบ้านครบ 3 ปีแล้ว หรือครบตามเงื่อนไขในสัญญากู้ซื้อบ้านเดิมแล้วอยากจะรีไฟแนนซ์ แต่ยังเลือกธนาคารที่จะขอกู้ไม่ได้ วันนี้ทางทีมงาน CheckRaka ได้รวบรวมข้อมูลที่ดูแล้วคุ้มสุด ดีสุด ในช่วงนี้มาฝากเพื่อนๆ เช่นเคยค่ะ ซึ่งในครั้งนี้ทางทีมงานจะขอชี้เป้าไปที่ "สินเชื่อบ้านกรุงศรีรีไฟแนนซ์" ค่ะ เพราะหลังจากที่ทำการเช็กรายละเอียดสินเชื่อ และเปรียบเทียบแล้วเห็นว่า "สินเชื่อบ้านกรุงศรีรีไฟแนนซ์" ของธนาคารกรุงศรีอยุธยา นี้เป็นสินเชื่อที่น่าสนใจ ถ้าพร้อมแล้วไปทำความรู้จักกับ "สินเชื่อบ้านกรุงศรีรีไฟแนนซ์" กันเลยค่ะ
 
จุดเด่นหลักๆ ที่ทำให้ทีมงาน CheckRaka สนใจและสะดุดกับ "สินเชื่อบ้านกรุงศรีรีไฟแนนซ์" ในแวบแรกนั่นก็คือ "อัตราดอกเบี้ยปีแรกต่ำสุด 0.5% ต่อปี" (ซึ่งถือว่าต่ำมากในตลาดดอกเบี้ยสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านในตอนนี้) และที่เพิ่มเติมก็เป็นการลดค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์บ้านครั้งนี้ของเราได้อีกด้วย จากรายการโปรโมชั่น  "ฟรี! ค่าประเมินหลักประกัน" และ "ฟรี! ค่าจดจำนอง" บอกได้เลยว่า "WoW" ค่ะ 
 
ลักษณะเด่นของ "สินเชื่อบ้านกรุงศรีรีไฟแนนซ์" สรุปได้ดังนี้
  • อัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์บ้านต่ำ ให้คุณประหยัดมากขึ้น
  • ได้วงเงินกู้สูงสุด 95% ของราคาประเมิน
  • หากมีวงเงินเหลือ กู้เพิ่มสินเชื่อกรุงศรีโฮมฟอร์แคชได้
  • ผ่อนชำระได้นานสูงสุดถึง 30 ปี (ระยะเวลาผ่อนชำระรวมกับอายุผู้กู้แล้วต้องไม่เกิน 65 ปี)
ใครที่มีคุณสมบัติตามนี้ก็สามารถกู้ได้เลยค่ะ
  • บุคคลธรรมดา ต้องมีสัญชาติไทย อายุ 20 - 65 ปี
  • พนักงานประจำที่มีอายุงานรวมที่ทำงานเดิมและปัจจุบันตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป (งานปัจจุบันต้องผ่านการทดลองงานแล้ว)
  • ผู้ประกอบธุรกิจส่วนตัวและประกอบธุรกิจมาตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป
  • ผู้กู้ร่วมต้องมีความสัมพันธ์ทางเครือญาติกับผู้กู้และสามารถตรวจสอบความสัมพันธ์ได้
ไม่ดู ไม่ได้แล้ววว...รู้หรือไม่ว่า “รีไฟแนนซ์กับกรุงศรีแล้ว ประหยัดเงินได้เท่าไหร่?
 
a คำนวณจากการผ่อนสินเชื่อบ้านกรุงศรีรีไฟแนนซ์ อัตราดอกเบี้ย MRR – 2.70% ต่อปี ตลอดอายุสัญญา
b คำนวณเปรียบเทียบกับการผ่อนสินเชื่อบ้านอยู่กับธนาคารอื่น ด้วยยอดเงินกู้คงเหลือ 3,000,000 บาทในอัตราดอกเบี้ยคงที่ 5.25% ต่อปี และมีค่างวดผ่อนชำระต่อเดือนเท่ากันกับธนาคารกรุงศรีอยุธยา
 
อัตราดอกเบี้ย "สินเชื่อบ้านกรุงศรีรีไฟแนนซ์" มีให้เลือกหลายแบบ ถูกใจทางเลือกไหน ดูได้ตามนี้ค่ะ
 
หมายเหตุ :
  • ทางเลือกอัตราดอกเบี้ยใช้ตั้งแต่วันที่  1 ก.ย. 64 - 31 ธ.ค. 64
  • *เฉพาะลูกค้าที่ซื้อ MRTA/MLTA ตามเงื่อนไขที่กำหนดเท่านั้น จึงจะสามารถเลือกรับดอกเบี้ยทางเลือกฟรีค่าจดจำนองได้
  • *** อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงข้างต้นเป็นเพียงการแสดงตัวอย่าง โดยคำนวณจากฐานวงเงินกู้ 1.5 ล้านบาท สำหรับวงเงินกู้ที่ได้รับอนุมัติตั้งแต่ 1 ล้านบาทแต่ไม่ถึง 1.5 ล้านบาท และฐานวงเงินกู้ 3 ล้านบาท สำหรับวงเงินกู้ที่ได้รับอนุมัติตั้งแต่ 1.5 ล้านบาทขึ้นไป ด้วยระยะเวลาการกู้ 10 ปี ในกรณีที่ลูกค้าซื้อ MRTA / MLTA หาก ค่าเบี้ย MRTA / MLTA เปลี่ยนแปลง อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงอาจเปลี่ยนแปลงได้
หลังจากที่ได้ดูรายละเอียดของ "สินเชื่อบ้านกรุงศรีรีไฟแนนซ์" แล้ว ทางทีมงาน Checkraka จะขอยกตัวอย่างเปรียบเทียบ "สินเชื่อบ้านกรุงศรีรีไฟแนนซ์" กับธนาคารเจ้าอื่นให้เห็นกันชัดๆ เพื่อมาย้ำให้เห็นว่าเพราะอะไร ทางทีมงานถึงได้ชี้เป้าว่ารีไฟแนนซ์มาที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยาดีสุด คุ้มสุด ในตอนนี้ค่ะ
(ขอขอบคุณข้อมูลจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา)
 
สุดท้ายนี้...จากข้อมูลที่ทางทีมงาน CheckRaka ได้นำเสนอไปทั้งหมดนี้ ทางเราหวังว่าจะเป็นประโยชน์ให้กับเพื่อนๆ ที่กำลังสนใจหรือมองหาสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านอยู่ไม่มากก็น้อยนะคะ ซึ่งในส่วนของคำถามที่ว่า เราควร "รีไฟแนนซ์บ้าน" หรือไม่นั้น จากความคิดเห็นของ GURU เห็นว่าเมื่อเราได้ผ่อนชำระสินเชื่อบ้านครบ 3 ปีแล้ว ควรที่จะขอกู้สินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านต่อดีกว่าที่จะปล่อยให้ดอกเบี้ยเงินกู้เก่าเพิ่มขึ้นตามเงื่อนไขในสัญญา เพราะประโยชน์ของการรีไฟแนนซ์ก็มีไม่น้อย (ตามที่ได้นำเสนอข้างต้น) ซึ่งเมื่อคำนวณเรื่องค่าใช้จ่าย ความต้องการ และความจำเป็นแล้วเห็นว่าคุ้ม ก็อย่ารอช้าค่ะ และที่สำคัญหากใครยังไม่รู้จะเลือกขอกู้สินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารไหน GURU ก็ขอแนะนำ "สินเชื่อบ้านกรุงศรีรีไฟแนนซ์" ของธนาคารกรุงศรีอยุธยา ไว้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในการตัดสินใจค่ะ สนใจติดต่อได้ที่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยาทุกสาขา หรือโทร. 1572

แนะนำสินเชื่อล่าสุด

คาร์ด เอกซ์ คาร์ด เอกซ์
บัตรกดเงินสด CardX SPEEDY CASH ดอกเบี้ยต่อปี 25.000%
กรุงไทย กรุงไทย
สินเชื่อกรุงไทยใจป้ำ ดอกเบี้ยต่อปี 20.000%
ธนาคารทหารไทยธนชาต ธนาคารทหารไทยธนชาต
บัตรกดเงินสด ทีทีบี บ้านแลกเงิน ดอกเบี้ยต่อปี 6.780%
ยูโอบี ยูโอบี
สินเชื่อทะเบียนรถยนต์ ยูโอบี Car2Cash ดอกเบี้ยต่อปีไม่เกิน 10.990 - 24.000%

บทความสินเชื่อเงินสดล่าสุด

ดูทั้งหมด

เว็บไซต์นี้มีการเก็บคุกกี้เพื่อเพิ่มความพึงพอใจในการใช้งานเว็บไซต์ และช่วยให้เราปรับปรุง และนำเสนอเนื้อหาตรงตามความสนใจของท่าน ท่านสามารถดู Privacy Notice และ ดู Cookies Policy ของเราได้ ที่นี่ ทั้งนี้ ท่านจะยินยอมให้เราเก็บคุกกี้ทั้งหมด หรือให้เก็บแค่บางส่วนโดยการคลิกเลือก ตั้งค่า

ท่านสามารถเลือกให้ความยินยอมการเก็บคุกกี้เป็นเรื่องๆ ได้ที่นี่

เมื่อคุณเข้าชมเว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชั่น checkraka เราอาจจัดเก็บ หรือดึงข้อมูลจากเบราว์เซอร์ของคุณในรูปแบบของคุกกี้ และเทคโนโลยีอื่นที่คล้ายคลึง เช่น tag และ pixel (เรียกรวมกันว่า “คุกกี้”) ซึ่งมักเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้โดยตรง แต่ช่วยให้คุณใช้งานเว็บไซต์ได้ปลอดภัย และตรงตามความต้องการมากขึ้น คุณอาจไม่ยินยอมให้เราเก็บคุกกี้บางประเภทได้ โดยการคลิกตามหัวข้อข้างล่างนี้

ประเภทคุกกี้
อ่านเพิ่มเติม ที่นี่
ยินยอม / ไม่ยินยอม
คุกกี้ที่จำเป็นต้องมีเสมอ
(Strictly Necessary)
คุกกี้สำหรับการใช้งานเว็บไซต์
(Functionality)
คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและวิเคราะห์
(Performance & Analytics)
คุกกี้เพื่อการตลาด
(Marketing)