ไอคอนข่าว

ข่าวและอีเว้นท์สินเชื่อเงินสด

icon-filter ค้นหาสินเชื่อเงินสดแบบละเอียด
product filter
product filter
product filter
product filter

ปรับแล้ววันนี้ ภาษีเหล้า เบียร์ บุหรี่...อ่วมมั๊ย? ถามใจคุณดู

เวลา ยอดอ่าน 9,723
Share
ปรับแล้ววันนี้ ภาษีเหล้า เบียร์ บุหรี่...อ่วมมั๊ย? ถามใจคุณดู
ปรับแล้ววันนี้ ภาษีเหล้า เบียร์ บุหรี่...อ่วมมั๊ย? ถามใจคุณดู

อธิบดีกรมสรรพสามิต ชี้แจงอัตราการจัดเก็บภาษีสินค้าและบริการต่างๆ โดยเฉพาะเหล้าและบุหรี่ ที่มีผลบังคับใช้ 16 ก.ย.2560 ส่งผลให้บุหรี่ เพิ่ม 2-15 บาท สุรา 8-30 บาท ส่วนเบียร์ 0.50-2 บาท
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จะมีการคิดอัตราภาษีใหม่ ทั้งในด้านมูลค่าที่ 45% จากเดิม 80% และด้านปริมาณแอลกอฮอล์ 55% จากเดิม 20% และในอนาคตคาดว่าจะมีการปรับสัดส่วนการคำนวณนี้ในด้านปริมาณแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นไปตามหลักสากล
บุหรี่ จะมีการเก็บภาษีตามมูลค่า และปริมาณเช่นเดียวกัน โดยจะจัดเก็บอยู่ที่ 1.20 บาทต่อมวน ส่งผลให้ทั้งบุหรี่ราคาถูก และบุหรี่ราคาแพง จะมีภาษีในส่วนของปริมาณอยู่ที่ 24 บาทต่อซอง และในด้านมูลค่าบุหรี่ที่มีราคาต่ำกว่า 60 บาท จะเสียภาษีที่ 20% บุหรี่ที่ราคาสูงกว่า 60 บาท จะเสียภาษีที่ 40% และหลังจาก 2 ปีแรก จะมีการปรับภาษีในส่วนของมูลค่าเป็นอัตรา 40% อัตราเดียวทั้งหมด
ภาพรวมโดยสรุป
  • เบียร์กระป๋องภาษีเพิ่มขึ้น 0.50 บาท 
  • เบียร์ขวดเสียภาษีเพิ่มขึ้น 2.66 บาท 
  • เบียร์ราคาแพงเสียภาษีลดลง 0.99-2.05 บาท 
  • สุราขาว หรือเหล้าขาวเสียภาษีเพิ่มขึ้น 0.84-3.49 บาทต่อขวด ตามขนาดและดีกรี 
  • ไวน์ผลิตในประเทศราคาไม่เกิน 1,000 บาท เสียภาษีลดลง 25 บาทขึ้นไป  
  • ไวน์นำเข้าเสียภาษีเพิ่มขึ้น 110 บาทขึ้นไป 
  • สุรากลั่น หรือเหล้าสี ที่ผลิตในประเทศ เสียภาษีเพิ่มขึ้น 8-30 บาท 
  • เหล้าสีนำเข้าราคา เสียภาษีลดลง 3-26 บาท 
  • บุหรี่ราคาต่ำกว่า 60 บาท เสียภาษีเพิ่มขึ้นซองละ 4-15 บาท  
  • บุหรี่ราคาเกิน 60 บาท เสียภาษีเพิ่มน้อยกว่า 2-14 บาท



สำหรับสินค้าที่มีการเสียภาษีและเป็นอากรแสตมป์เดิมนั้น จะต้องขายตามราคาเดิม ห้ามปรับราคาขายขึ้นโดยอ้างว่าเป็นไปตามภาษีใหม่ที่เพิ่งมีผลบังคับใช้อย่างเด็ดขาด โดยขอเตือนผู้ค้าอย่าฉวยโอกาสปรับขึ้นราคา เนื่องจากทางกรมสรรพสามิตได้ร่วมมือกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ในการลงพื้นที่ตรวจสอบ ซึ่งสามารถตรวจสอบจากอากรแสตมป์ได้ หากพบกระทำความผิด ตาม พ.ร.บ. ว่าด้วย ราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ผู้ใดกักตุนสินค้าควบคุม โดยมีสินค้าควบคุมไว้ในครอบครองเกินปริมาณที่กำหนด หรือไม่นำสินค้าควบคุมที่มีไว้ออกจำหน่าย หรือเสนอขายตามปกติ หรือปฏิเสธการจำหน่ายโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 1.4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 
ขอบคุณข้อมูลจาก www.posttoday.com และ thaipbs.or.th

บทความสินเชื่อเงินสดล่าสุด

ดูทั้งหมด