LTF & RMF พารวย ด้วยภาษี

เราได้รู้กันคร่าวๆ แล้วนะคะว่า กองทุนที่คนนิยมลงทุนมาก เพื่อนำไปลดหย่อนภาษีนั้นคือ กองทุน LTF และ RMF วันนี้เราลองมาดูกันค่ะว่า กองทุนทั้งสองแบบนั้นมีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง? โดยจะแสดงให้ดูเป็นตาราง เพื่อความเข้าใจที่ง่ายและชัดเจนมากขึ้นค่ะ
| ข้อเปรียบเทียบ | LTF | RMF |
| 1. นโยบายการลงทุน | ลงทุนในหุ้นระยะยาว ไม่ต่ำกว่า 65% | มีการลงทุนที่หลากหลาย เน้นเพื่อมีเงินเก็บออมไว้ใช้หลังเกษียณ |
| 2. การจ่ายเงินปันผล | มีทั้งที่จ่ายเงินปันผล และไม่จ่ายเงินปันผล | ไม่มีการจ่ายเงินปันผล |
| 3. เงื่อนไขการซื้อ | ไม่จำเป็นต้องซื้อต่อเนื่องทุกปี | ต้องซื้อต่อเนื่องทุกปีเพื่อรักษาสิทธิ์ |
| 4. เงื่อนไขการขายคืน | ลงทุนมากกว่า 5 ปีปฏิทิน | ลงทุนมากกว่า 5 ปีปฏิทิน และอายุเกิน 55 ปี |
| 5. การลงทุนสูงสุด | 15% ของเงินได้พึงประเมิน ไม่เกิน 500,000 บาท | 15% ของเงินได้พึงประเมิน ไม่เกิน 500,000 บาท (เมื่อรวมกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, กบข., ประกันชีวิตแบบบำนาญ, กองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน) |
| 6. การลงทุนขั้นต่ำ | ไม่มีขั้นต่ำ ขึ้นอยู่กับเกณฑ์ที่ บลจ. กำหนด | 3% ของเงินได้พึงประเมิน หรือ 5,000 บาท โดยเลือกจำนวนที่ต่ำกว่า |
| 7. การนับปี | ซื้อช่วงไหนของปีก็นับเป็น 1 ปี | นับวันชนวันที่ลงทุน ถึงจะคิดเป็น 1 ปี |

(รูปภาพจาก: www.bloggang.com)
และหลังจากที่ได้รู้ความแตกต่างของกองทุนทั้งสองแบบไปแล้วนั้น คราวนี้เราลองมาดูว่า การที่จะประหยัดภาษีผ่านกองทุนทั้งสอง เพื่อเป็นการหว่านเพาะ "เมล็ดพันธุ์เงินออม" ให้งอกเงยขึ้นด้วยการใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีที่ทางการกำหนด อย่ารอช้าค่ะ รีบไปดูกันเลยว่าการลงทุนผ่านกองทุนรวมทั้ง 2 แบบ นี้มีประโยชน์ทางภาษีถึง 2 ประการคือ
- กองทุนรวมเป็นนิติบุคคลไม่ต้องเสียภาษีเงินได้ เมื่อกองทุนรวมนำเงินไปลงทุนในหลักทรัพย์จนเกิดผลกำไร ผลกำไรของกองทุนรวมนี้จะได้รับการยกเว้นภาษี นอกจากนี้ หากผู้ถือหน่วยลงทุนขายคืนหน่วยลงทุนตามเงื่อนไขที่กำหนดและมีกำไร หรือที่เรียกว่า Capital gain กำไรนั้นก็ได้รับการยกเว้นภาษีด้วยเช่นกัน ดังนั้น หากผู้ลงทุนสามารถเลือกลงทุนในกองทุนรวมได้อย่างถูกประเภท มีความเข้าใจถึงนโยบายการลงทุนและเงื่อนไขของแต่ละกองทุนแล้วก็จะได้รับประโยชน์จากการลงทุนในกองทุนรวมไม่น้อยเลยทีเดียว
- มีรายได้เพิ่มจากการประหยัดภาษี โยทางการจะให้สิทธิประโยน์ทางภาษีแก่ผู้ลงทุนใน LTF และ RMF ให้ได้รับยกเว้นภาษีได้สูงสุดกองละไม่เกิน 15% ของเงินได้พึงประเมิน
- กรณีลงทุนใน LTF เต็มเพดานที่ 500,000 บาทต่อปี
- กรณีลงทุนใน RMF นับรวมเงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือกองทุนบำเหน็จบำนาญราชการ (กบข.) เต็มเพดานที่ 500,000 บาท
ทั้งนี้ จะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ทางการกำหนด ซึ่งหากลองคำนวณดีๆ แล้ว จะพบว่าเครื่องมือการลงทุนดังกล่าวช่วยประหยัดภาษีได้ตั้งแต่ 10% - 35% ของเงินลงทุน ขึ้นอยู่กับฐานภาษีขั้นสูงสุดของผู้ลงทุนว่าอยู่ในอัตราเท่าใด หากพิจารณาในเชิงเม็ดเงินที่ประหยัดได้ และอัตราผลตอบแทนที่แท้จริงแล้วจะพบว่ามีตัวเลขที่น่าสนใจทีเดียว เห็นมั้ยคะว่าหนทางรวยนั้นไม่ไกลเกินเอื้อม เพียงแต่เราต้องเข้าใจหลักการเท่านั้นเอง

(รูปภาพจาก: earn.kruchamp.com)
ขอขอบคุณ: คู่มือ RMF - LTF แฝดคู่สวย ช่วยประหยัดภาษี โดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
