ไอคอนข่าว

ข่าวและอีเว้นท์สินเชื่อเงินสด

icon-filter ค้นหาสินเชื่อเงินสดแบบละเอียด
product filter
product filter
product filter
product filter

ออมเงินเป็น ชีวิตก็เป๊ะ!

เวลา ยอดอ่าน 5,951
Share
ออมเงินเป็น ชีวิตก็เป๊ะ!
ออมเงินเป็น ชีวิตก็เป๊ะ!


การวางแผนทางการเงินให้ดีนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญ ซึ่งไม่ใช่เรื่องยากที่เราก็ทำได้ เพียงแค่ต้องรู้จักวิธีการบริหารหรือเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ มาปรับใช้ให้เหมาะสมกับแต่ละคนก็พอ อยากมีชีวิตที่ลงตัว เป๊ะเวอร์ ลองมาหัดออมเงินให้เป็นด้วยวิธีง่ายๆ ที่วันนี้เรานำมาฝากกันนะคะ
1. ออมก่อนใช้
คนส่วนใหญ่คิดว่าเงินออมคือเงินที่เหลือจากการใช้จ่ายทั้งเดือนแล้ว แต่นั่นคือความคิดที่ผิดค่ะ เพราะวิธีที่ถูกจริงๆ ในการสร้างเงินออมก็คือ เมื่อเราได้เงินเดือนมา ต้องแบ่งเงินส่วนที่จะออมไว้ก่อน (อาจจะนำเอาไปฝากธนาคารไว้เลย) ส่วนเงินที่เหลือจากนั้นค่อยนำเอามาเฉลี่ยใช้จ่ายให้พอในเดือนนั้นๆ
สูตรง่ายๆ ในการคำนวณว่าอัตราการออมเงินของเราเป็นเท่าไร? :
 อัตราการออมเงิน = (1 - ค่าใช้จ่าย/รายได้) x 100
ลองมาดูตัวอย่างกันค่ะ: ถ้าเรามีรายได้เฉลี่ยเดือนละ 30,000 บาท ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ 20,000 บาท ถ้าตามสูตรแล้วจะมีอัตราการออมอยู่ที่ [1 - (20,000/30,000)] x 100 = 33% แต่ถ้าอีก 5 ปีต่อมา เรามีรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยเดือนละ 50,000 บาท และมีรายจ่ายเฉลี่ยเดือนละ 45,000 บาท อัตราการออมของเราก็จะเป็น 10% เท่ากับว่ามีอัตราการออมที่เป็นบวก เพราะมีรายได้เพิ่มขึ้น และทันกับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นด้วย แต่ถ้าสังเกตดูแล้ว อัตราการออมของเรานั้นลดลงจากเดิม ซึ่งเป็นสัญญาณที่ไม่ค่อยดีเท่าไร และถ้าปล่อยไว้นานๆ แม้ว่าเราจะมีรายได้ดี แต่เงินออมของเราไม่ได้เพิ่มขึ้นตามรายได้เลย 
2. จัดสรรเงินออม
เราต้องทำการจัดสรรปันส่วนเงินออมให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยที่ต้องแบ่งเงินออมออกเป็น 3 ส่วนด้วยกันคือ
 เงินออมรวม = เงินเพื่อใช้จ่าย + เงินออมเพื่อฉุกเฉิน + เงินออมเพื่อลงทุน
เงินออมเพื่อใช้จ่าย: เป็นเงินที่จะช่วยเสริมสภาพคล่องทางการเงินของเรา อาจจะเป็นเงินที่สามารถนำมาผ่อนจ่ายหนี้บัตรเครดิต ชำระค่าใช้จ่ายประจำเดือนต่างๆ ซึ่งเงินออมส่วนนี้ควรจะมีจำนวนให้พอกับค่าใช้จ่ายอย่างน้อย 3 เดือนฅ
เงินออมเพื่อฉุกเฉิน: จะต้องเป็นเงินที่เราเข้าถึงได้ เพื่อสามารถนำออกมาใช้ได้ เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน โดยที่เงินกองนี้ควรมีจำนวนเท่ากับค่าใช้จ่ายรายเดือนที่เราใช้ประจำรวมกัน 6 เดือน
เงินออมเพื่อการลงทุน: เป็นเงินที่จะสามารถนำมาต่อยอดให้กับตัวเราได้ กองนี้จะต้องเป็นเงินเย็น ซึ่งเป็นเงินที่เราจะเอาไปไว้ลงทุนในระยะยาวได้ และต้องไม่ไปยุ่งกับเงินส่วนนี้เลยจนกว่าจะถึงกำหนดปันผล หรือกำหนดขายคืน แต่อย่าลืมว่าการลงทุนนั้นมีความเสี่ยง ต้องศึกษาให้ดีก่อนตัดสินใจ
3. การทำบัญชีรายรับ - รายจ่าย
สิ่งสำคัญในการออมเงินคือเราต้องรู้ว่า เงินเข้า - ออกมีอะไรยังไง ค่าอะไรและเท่าไรบ้าง? ซึ่งถือว่าเป็นข้อดีที่จะทำให้เราสามารถควบคุมได้ เพราะเราจะเห็นว่าแต่ละวัน แต่ละสัปดาห์ หรือแต่ละเดือนนั้นเราฟุ่มเฟือยไปกับอะไร และถ้าเราหยุดฟุ่มเฟือยได้ เราก็จะเปลี่ยนจากเงินที่เรานำไปซื้อนั้นเอากลับไปออมแทน

4. การวางแผนการใช้เงินรายวัน
มาถึงวิธีสุดท้ายกันบ้างค่ะ นั่นก็คือ การวางแผนการใช้จ่ายรายวันในแต่ละเดือน เมื่อได้เงินเดือนมา ให้เราหักเงินออม และค่าใช้จ่ายประจำเดือนออก ส่วนเงินที่เหลือคือเงินที่เราจะเอาไว้ใช้จ่ายรายวันนั่นเอง คิดง่ายๆ เลยค่ะ โดยการเอาเงินที่เหลือนั้นมาหารด้วย 30 วันนั่นเอง
ลองมาดูตัวอย่างกันนะคะ

เงินเดือน 25,000 บาท/เดือน, เงินออม 10,000 บาท, ค่าเช่า + ค่าน้ำ +ค่าไฟ 5,000 บาท, ค่าโทรศัพท์ 1,000 บาท

25,000 - (10,000 + 5,000 + 1,000) = 9,000 บาท

9,000 บาท/30 วัน = เราจะมีเงินใช้โดยประมาณวันละ 300 บาท
เห็นมั้ยคะ ว่าการออมเงินนั้นไม่ยากเลย เพียงแต่เราต้องตั้งใจสักนิด... ถ้าเราทำตามแผนที่เราวางไว้ได้ อีกไม่กี่ปีเราก็จะสามารถมีเงินออม เงินเก็บ และมีนิสัยการบริหารการเงินที่ดีได้อย่างแน่นอน

ขอขอบคุณ: ข้อมูลจากธนาคารกรุงศรีฯ, www.klonthaiclub.com, 
แท็กที่เกี่ยวข้อง

บทความสินเชื่อเงินสดล่าสุด

ดูทั้งหมด