บทความสินเชื่อเงินสด

icon-filter ค้นหาสินเชื่อเงินสดแบบละเอียด
product filter
product filter
product filter
product filter

จ่ายน้อย คุ้มครองครบ…ประกันสังคม ม.33 และ ม. 39 กับสิทธิประโยชน์ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน ที่นี่!!

icon 15 ก.ค. 68 icon 86,631
Share
จ่ายน้อย คุ้มครองครบ…ประกันสังคม ม.33 และ ม. 39 กับสิทธิประโยชน์ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน ที่นี่!!
หากในแผนการเงินของคุณมีงบสำหรับซื้อความคุ้มครองจำกัด การตัดสินใจซื้อประกันชีวิต หรือประกันสุขภาพสักฉบับ อาจจะยากสักหน่อยใช่มั๊ยคะ? แต่คุณอาจลืม หรือมองข้ามไป ว่ายังมีเงินทดแทนจาก "ประกันสังคม" ที่จ่ายน้อย คุ้มครองครบ ในทุกเรื่อง ตั้งแต่ เจ็บป่วย, คลอดบุตร, ทุพพลภาพ, ตาย, สงเคราะห์บุตร, ชราภาพ, ว่างงาน และวันนี้เราจะพามาดูสิทธิประโยชน์ที่คุณจะได้รับจากประกันสังคม (กองทุนประกันสังคม/ กองทุนเงินทดแทน) ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน ว่าเงินที่ต้องจ่ายไปทุกเดือนๆ ได้รับความคุ้มครองเรื่องอะไรบ้าง อย่างน้อยก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการรองรับความเสี่ยง และช่วยให้เราอุ่นใจได้อยู่บ้างนะคะ 
 
ผู้ประกันตนมาตรา 33  และมาตรา 39 ต่างกันอย่างไร
 
ประกันสังคม มาตรา 33 เป็นประกันสังคมภาคบังคับ สำหรับพนักงานเอกชนที่ทำงานในสถานประกอบการ ส่วนประกันสังคมมาตรา 39 เป็นประกันสังคมภาคสมัครใจ สำหรับคนที่เคยเป็นพนักงาน หรือลูกจ้าง แล้วลาออก แต่ยังต้องการส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม เพื่อยังสามารถรับสิทธิประโยชน์ต่างๆ ได้ 
ประกันสังคมมาตรา 33 : เป็นประกันสังคมภาคบังคับสำหรับพนักงานเอกชนทั่วไปที่ทำงานอยู่ในสถานประกอบการ ซึ่งการสมัครเข้าประกันสังคม นายจ้างจะเป็นผู้ดำเนินการให้ 
 
เงินสมทบ : ลูกจ้าง หรือพนักงาน จ่ายเงินสมทบ 5% ของฐานเงินเดือน (สูงสุด 750 บาท/เดือน) ยกตัวอย่าง เช่น 
  • หากมีเงินเดือน 10,000 บาท คิดคำนวณแล้ว 5% ของเงินเดือน (10,000 x 5%) = 500 บาท ดังนั้นจะถูกหักเงินเพื่อนำส่งประกันสังคม 500 บาท
  • หากมีเงินเดือน 15,000 บาท  คิดคำนวณแล้ว 5% ของเงินเดือน (15,000 x 5%) = 750 บาท ดังนั้นจะถูกหักเงินเพื่อนำส่งประกันสังคม 750 บาท
  • หากมีเงินเดือน 20,000 บาท  คิดคำนวณแล้ว 5% ของเงินเดือน (20,000 x 5%) = 1,000 บาท แต่เพดานสูงสุดที่นำส่งประกันสังคมอยู่ที่ 750 บาท ดังนั้นหากเงินเดือน 20,000 บาท จะถูกหักเงินเพื่อนำส่งประกันสังคม 750 บาท
ความคุ้มครอง : ผู้ประกันตน ม.33 จะได้รับความคุ้มครอง 7 กรณี ได้แก่ การเจ็บป่วย ตาย ว่างงาน คลอดบุตร สงเคราะห์บุตร ทุพพลภาพ รวมถึงชราภาพ
 
ประกันสังคมมาตรา 39 : เป็นประกันสังคมภาคสมัครใจ สำหรับผู้ที่เคยเป็นพนักงานบริษัทเอกชนแล้วลาออก (ไม่ได้ทำงานประจำแล้ว) แต่ต้องการส่งประกันสังคมต่อเอง โดยมีเงื่อนไขเพิ่มเติม คือ
  • เคยเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือนและออกจากงานไม่เกิน 6 เดือน
  • ต้องไม่เป็นผู้รับประโยชน์ทดแทนกรณีทุพพลภาพจากกองทุนประกันสังคม
เงินสมทบ : จ่ายเงินสมทบ 432 บาทต่อเดือน โดยคิดอัตราเงินสมทบ 9% จากฐานรายได้ 4,800 บาทเท่ากันทุกคน 
 
ความคุ้มครอง : ผู้ประกันตน ม.39 จะได้รับความคุ้มครอง 6 กรณี ได้แก่ การเจ็บป่วย ตาย คลอดบุตร สงเคราะห์บุตร ทุพพลภาพ รวมถึงชราภาพ
ตัวอย่างแบบคำขอเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 (สปส.1-20)
 
มัดรวมสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับ จากกองทุนประกันสังคม สำหรับผู้ประกันตน ม.33 และ ม.39
 
1. สิทธิประโยชน์กรณีประสบอันตราย หรือเจ็บป่วย
 
 
เงื่อนไขการเกิดสิทธิ์ : ผู้ประกันตนต้องนำส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือน ก่อนวันนับบริการทางการแพทย์ (คุ้มครองต่อ 6 เดือนเมื่อความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง)
 
สิทธิประโยชน์ที่จะได้รับ : 
  • ได้รับการรักษาพยาบาลโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เมื่อเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิ์
  • ได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ ร้อยละ 50 ของค่าจ้างจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท โดยได้รับครั้งละไม่เกิน 90 วัน ปีละไม่เกิน 180 วัน เว้นแต่โรคเรื้อรังไม่เกิน 365 วัน
  • กรณีทันตกรรม ได้รับค่าบริการทางการแพทย์เท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็น ไม่เกิน 900 บาทต่อปี (กรณีถอนฟัน อุดฟัน ขูดหินปูน และผ่าตัดฟันคุด)
  • กรณีใส่ฟันเทียมชนิดถอดได้บางส่วน 1 - 5 ซี่ ได้รับค่าบริการทางการแพทย์เท่าที่จ่ายจริง ไม่เกิน 1,300 บาท มากกว่า 5 ซี่ เท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 1,500 บาท
  • กรณีใส่ฟันเทียมชนิดถอดได้ทั้งปาก ฟันเทียมชนิดถอดได้ทั้งปากบน หรือล่าง เท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 2,400 บาท ฟันเทียมชนิดถอดได้ทั้งปากบน และปากล่าง เท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 4,400 บาท
    * กรณีใช้สิทธิ์ใส่ฟันเทียมแล้ว สามารถเบิกฟันเทียมชุดใหม่ได้อีกเมื่อพ้นระยะเวลา 5 ปี
2. สิทธิประโยชน์กรณีคลอดบุตร
 
 
เงื่อนไขการเกิดสิทธิ์ : ผู้ประกันตนต้องนำส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือน ก่อนวันคลอดบุตร (คุ้มครองต่อ 6 เดือน เมื่อความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง)
 
สิทธิประโยชน์ที่จะได้รับ : 
 
ผู้ประกันตนหญิง 
  • ได้รับค่าคลอดบุตรเหมาจ่าย จำนวน 15,000 บาท โดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง
  • ได้รับเงินสงเคราะห์ การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตรในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้าง เฉลี่ย 90 วัน ไม่เกิน 2 ครั้ง 
ผู้ประกันตนชาย 
  • ได้รับเฉพาะค่าคลอดบุตรเหมาจ่าย จำนวน 15,000 บาท โดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง
*ได้รับค่าฝากครรภ์ จำนวน 1,500 บาท โดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง

**กรณีเป็นผู้ประกันตนทั้งคู่ สามารถขอใช้สิทธิได้เพียงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แนะนำให้ใช้สิทธิผู้ประกันตนหญิง เนื่องจากจะได้รับเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อคลอดบุตรด้วย
 
3. สิทธิประโยชน์กรณีทุพพลภาพไม่เนื่องจากการทำงาน
 
 
เงื่อนไขการเกิดสิทธิ์ : ผู้ประกันตนต้องนำส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือน ก่อนทุพพลภาพอันมิใช่เนื่องจากการทำงาน (คุ้มครองต่อ 6 เดือน เมื่อความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง) 
 
สิทธิประโยชน์ที่จะได้รับ : 
  • กรณีทุพพลภาพระดับความสูญเสียไม่รุนแรง (ประเมินการสูญเสีย ตั้งแต่ร้อยละ 35 ขึ้นไป แต่ไม่ถึงร้อยละ 50) ได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ ในอัตราร้อยละ 30 ของค่าจ้างรายวันตลอดระยะเวลาที่ไม่สามารถทำงานได้ ไม่เกิน 180 เดือน
  • กรณีทุพพลภาพระดับความสูญเสียรุนแรง (ประเมินการสูญเสีย ตั้งแต่ร้อยละ 50 ขึ้นไป) ได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างรายวันตลอดชีวิต 
สิทธิในการรักษา :
 
รักษาในโรงพยาบาลรัฐได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
  • ประเภทผู้ป่วยนอก จ่ายเท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็น 
  • ประเภทผู้ป่วยใน จ่ายค่าบริการทางการแพทย์ให้กับสถานพยาบาลคำนวณตามกลุ่มวินิจฉัยโรค (DRGs)
รักษาในโรงพยาบาลเอกชน ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
  • ประเภทผู้ป่วยนอก จ่ายเท่าที่จ่ายจริงไม่เกินเดือนละ 2,000 บาท
  • ประเภทผู้ป่วยใน จ่ายเท่าที่จ่ายจริงไม่เกินเดือนละ 4,000 บาท
*ค่ารถพยาบาล หรือค่าพาหนะรับส่งผู้ทุพพลภาพกรณีเข้ารับบริการทางการแพทย์ เหมาจ่ายไม่เกินเดือนละ 500 บาท
 
4. สิทธิประโยชน์กรณีตาย
 
 
เงื่อนไขการเกิดสิทธิ์ : ผู้ประกันตนต้องนำส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 เดือน ภายในระยะเวลา 6 เดือน ก่อนถึงแก่ความตายไม่เนื่องจากการทำงาน (คุ้มครองต่อ 6 เดือน เมื่อความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง)
 
สิทธิประโยชน์ที่จะได้รับ :
 
ได้รับค่าทำศพ 50,000 บาท และเงินสงเคราะห์ กรณีตาย ดังนี้
  • จ่ายเงินสมทบตั้งแต่ 36 เดือนขึ้นไป แต่ไม่ถึง 120 เดือน รับเงินสงเคราะห์ในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างที่นำส่งเงินสมทบโดยเฉลี่ยรายได้ 4 เดือน (เท่ากับค่าจ้างที่นำส่งเงินสมทบเฉลี่ย 2 เดือน)
  • จ่ายเงินสมทบ ตั้งแต่ 120 เดือนขึ้นไป รับเงินสงเคราะห์ในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างที่นำส่งเงินสมทบโดยเฉลี่ย 12 เดือน  (เท่ากับค่าจ้างที่นำส่งเงินสมทบเฉลี่ย 6 เดือน)
5. สิทธิประโยชน์กรณีสงเคราะห์บุตร
 
 
เงื่อนไขการเกิดสิทธิ์ : ผู้ประกันตนต้องนำส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน ภายในระยะเวลา 36 เดือน ก่อนเดือนที่มีสิทธิ์ได้รับประโยชน์ทดแทน และเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 หรือ 39  (กรณีนี้ไม่คุ้มครองต่อ 6 เดือน เมื่อความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง)
 
สิทธิประโยชน์ที่จะได้รับ :
 
ได้รับเงินสงเคราะห์บุตรเหมาจ่ายเดือนละ 800 บาท ต่อบุตร 1 คน คราวละไม่เกิน 3 คน ซึ่งมีอายุไม่เกิน 6 ปีบริบูรณ์ (สำหรับบุตรชอบด้วยกฎหมาย ยกเว้นบุตรบุญธรรม และบุตรที่ยกให้เป็นบุตรของบุคคลอื่น)

*กรณีเป็นผู้ประกันตนทั้งคู่ สามารถขอใช้สิทธิ์ได้เพียงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง กรณีหย่า หรือแยกกันอยู่ ผู้อุปการะบุตรเป็นผู้มีสิทธิ์
 
6. สิทธิประโยชน์กรณีชราภาพ
 
 
เงื่อนไขการเกิดสิทธิ์ :
  • รับเงินบำนาญชราภาพเมื่อจ่ายเงินสมทบครบ 180 เดือน และมีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ และความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง
  • รับเงินบำเหน็จชราภาพ เมื่อจ่ายเงินสมทบไม่ถึง 180 เดือน และมีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ และความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง (กรณีเป็นผู้ทุพพลภาพหรือตายก่อนอายุ 55 ปีบริบูรณ์ จะได้รับเป็นเงินบำเหน็จชราภาพ)
สิทธิประโยชน์ที่จะได้รับ :
 
เงินบำนาญชราภาพ (จ่ายเงินสมทบครบ 180 เดือน)
  • ได้รับเงินบำนาญชราภาพร้อยละ 20 ของค่าเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย ที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบก่อนความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง
  • ถ้าจ่ายเงินสมทบมากกว่า 180 เดือน ให้ปรับเพิ่มอัตราเงินบำนาญชราภาพขึ้นอีก ร้อยละ 1.5 ต่อระยะเวลาการจ่ายเงินสมทบครบทุก 12 เดือน
    *เงินบำนาญชราภาพที่ได้รับไม่ต่ำกว่า 720 บาทต่อเดือน
เงินบำเหน็จชราภาพ (จ่ายเงินสมทบไม่ถึง 180 เดือน)
  • จ่ายเงินสมทบต่ำกว่า 12 เดือน ได้รับเงินบำเหน็จชราภาพเท่ากับจำนวนเงินสมทบเฉพาะส่วนของผู้ประกันตน
  • จ่ายเงินสมทบตั้งแต่ 12 เดือนขึ้นไป ได้รับเงินบำเหน็จชราภาพเท่ากับจำนวนเงินสมทบที่ผู้ประกันตน และนายจ้างจ่ายสมทบ พร้อมผลประโยชน์ตอบแทน
7. สิทธิประโยชน์กรณีว่างงาน (เฉพาะผู้ประกันตน ม.33)
 
 
เงื่อนไขการเกิดสิทธิ์ : ผู้ประกันตนต้องนำส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือน ก่อนการว่างงาน
 
สิทธิประโยชน์ที่จะได้รับ :
  • ถูกเลิกจ้าง ได้รับเงินทดแทนในระหว่างการว่างงานในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้าง ครั้งละไม่เกิน 180 วัน 
  • ลาออกหรือสิ้นสุดสัญญาจ้าง ได้รับเงินทดแทนในระหว่างการว่างงาน ในอัตราร้อยละ 30 ของค่าจ้าง ครั้งละไม่เกิน 90 วัน
*ทั้งนี้ ผู้ประกันตนต้องขึ้นทะเบียน และรายงานตัวกรณีว่างงาน ผ่านระบบ http://e-service.doe.go.th ภายใน 2 ปี นับแต่วันที่ถูกเลิกจ้าง หรือลาออก หรือสิ้นสุดสัญญาจ้าง และรายงานตัวตามกำหนดนัด เพื่อมิให้เสียสิทธิ์ในการรับเงินทดแทน
 
สิทธิประโยชน์ที่จะได้รับ จากกองทุนประกันเงินทดแทน สำหรับผู้ประกันตน ม.33
 
กองทุนเงินทดแทนเป็นกองทุนตามพระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ. 2537  จัดเก็บเงินสมทบจากนายจ้างเพียงฝ่ายเดียวตามประเภทความเสี่ยงของกิจการเพื่อนำไปจ่ายทดแทนให้แก่ลูกจ้าง กรณีประสบอันตราย เจ็บป่วย สูญเสียสมรรถภาพ ทุพพลภาพ ตาย หรือสูญหาย เนื่องจากการทำงาน โดยจะให้ความคุ้มครองทันทีตั้งแต่สันแรกที่เข้าทำงานให้นายจ้าง เมื่อลูกจ้างประสบอันตราย หรือเจ็บป่วย เนื่องจากการทำงาน 
  • กรณีไม่สามารถทำงานได้ตั้งแต่วันแรก 
  • กรณีสูญเสียสมรรถภาพในการทำงานของร่างกาย (ไม่เกิน 10 ปี) 
  • กรณีทุพพลภาพ ผตลอดชีวิต)
  • กรณีตาย/สูญหาย (10 ปี)
ความคุ้มครอง :
  • ค่ารักษาพยาบาล จนสิ้นสุดการรักษา (ในสถานพยาบาลของรัฐ)
  • ค่าทำศพ ได้รับค่าทำศพจำนวน 50,000 บาท
  • ค่าทดแทนรายเดือน เมื่อลูกจ้างมีการหยุดงาน สูญเสียสมรรถภาพ ทุพพลภาพ ตาย หรือสูญหาย จะได้ค่าทดแทนร้อยละ 70 ของค่าจ้างรายเดือน
จากเงินที่เราจ่ายสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมในแต่ละเดือน ไม่ได้เป็นเงินที่จ่ายไปโดยเสียเปล่านะคะ เพราะยังมีความคุ้มครอง และสิทธิประโยชน์ในด้านต่างๆ ให้กับผู้ประกันตน "จ่ายน้อย คุ้มครองครบ" ถึงแม้จำนวนเงินที่ได้รับอาจจะไม่ได้ครอบคลุมค่ามใช้จ่ายทั้งหมด แต่ก็เป็นตัวช่วยแบ่งเบาภาระบางส่วนให้กับเราได้นะคะsmiley 

แนะนำสินเชื่อล่าสุด

คาร์ด เอกซ์ คาร์ด เอกซ์
บัตรกดเงินสด CardX SPEEDY CASH ดอกเบี้ยต่อปี 25.000%
กรุงไทย กรุงไทย
สินเชื่อกรุงไทยใจป้ำ ดอกเบี้ยต่อปี 20.000%
ธนาคารทหารไทยธนชาต ธนาคารทหารไทยธนชาต
บัตรกดเงินสด ทีทีบี บ้านแลกเงิน ดอกเบี้ยต่อปี 6.780%
ยูโอบี ยูโอบี
สินเชื่อทะเบียนรถยนต์ ยูโอบี Car2Cash ดอกเบี้ยต่อปีไม่เกิน 10.990 - 24.000%

บทความสินเชื่อเงินสดล่าสุด

ดูทั้งหมด

เว็บไซต์นี้มีการเก็บคุกกี้เพื่อเพิ่มความพึงพอใจในการใช้งานเว็บไซต์ และช่วยให้เราปรับปรุง และนำเสนอเนื้อหาตรงตามความสนใจของท่าน ท่านสามารถดู Privacy Notice และ ดู Cookies Policy ของเราได้ ที่นี่ ทั้งนี้ ท่านจะยินยอมให้เราเก็บคุกกี้ทั้งหมด หรือให้เก็บแค่บางส่วนโดยการคลิกเลือก ตั้งค่า

ท่านสามารถเลือกให้ความยินยอมการเก็บคุกกี้เป็นเรื่องๆ ได้ที่นี่

เมื่อคุณเข้าชมเว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชั่น checkraka เราอาจจัดเก็บ หรือดึงข้อมูลจากเบราว์เซอร์ของคุณในรูปแบบของคุกกี้ และเทคโนโลยีอื่นที่คล้ายคลึง เช่น tag และ pixel (เรียกรวมกันว่า “คุกกี้”) ซึ่งมักเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้โดยตรง แต่ช่วยให้คุณใช้งานเว็บไซต์ได้ปลอดภัย และตรงตามความต้องการมากขึ้น คุณอาจไม่ยินยอมให้เราเก็บคุกกี้บางประเภทได้ โดยการคลิกตามหัวข้อข้างล่างนี้

ประเภทคุกกี้
อ่านเพิ่มเติม ที่นี่
ยินยอม / ไม่ยินยอม
คุกกี้ที่จำเป็นต้องมีเสมอ
(Strictly Necessary)
คุกกี้สำหรับการใช้งานเว็บไซต์
(Functionality)
คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและวิเคราะห์
(Performance & Analytics)
คุกกี้เพื่อการตลาด
(Marketing)