บทความสินเชื่อเงินสด

icon-filter ค้นหาสินเชื่อเงินสดแบบละเอียด
product filter
product filter
product filter
product filter

หลังเข้าร่วมมาตรการ "พักชำระค่างวด" กับ "กรุงศรี ออโต้" กลับมาจ่ายคืนแบบไหนดี?

icon 15 ก.ค. 68 icon 18,002
Share
หลังเข้าร่วมมาตรการ "พักชำระค่างวด" กับ "กรุงศรี ออโต้" กลับมาจ่ายคืนแบบไหนดี?
 
หลังเข้าร่วมมาตรการ "พักชำระค่างวด" กับ "กรุงศรี ออโต้" กลับมาจ่ายคืนแบบไหนดี?
หลังจากที่ กรุงศรี ออโต้ ได้ประกาศมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ระยะที่ 3 ตามแนวทางจากธนาคารแห่งประเทศไทย สำหรับสินเชื่อยานยนต์ทุกประเภท ตามรายละเอียดด้านล่างนี้
1. ลดค่างวดขยายเวลาผ่อน
  • เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย ให้ลูกค้ามีสภาพคล่องมากขึ้น
2. รวมหนี้กับสินเชื่อที่อยู่อาศัย และสินเชื่อรายย่อย
  • เพื่อช่วยให้ดอกเบี้ยรวมลดลง ง่ายต่อการผ่อนชำระ
3. ปิดบัญชีก่อนกำหนด สามารถลดดอกเบี้ยที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ 50%
  • เพื่อช่วยให้ลูกค้าปลดภาระหนี้ได้เร็วขึ้น (เฉพาะสินเชื่อเช่าซื้อ)
และ 4. พักชำระค่างวดสำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบรุนแรง
  • เพื่อช่วยให้เพิ่มสภาพคล่องให้กับลูกค้า และนำเงินไปใช้จ่ายในช่วงที่ได้รับผลกระทบนี้ได้
ซึ่งกลุ่มลูกค้าที่ได้รับผลกระทบรุนแรง สามารถแจ้งความประสงค์เพื่อเข้าร่วมมาตรการ "พักชำระค่างวด" ได้ทั้งสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ และสินเชื่อจำนำทะเบียนรถยนต์ 
เชื่อว่า ในปัจจุบันมีทั้งผู้ที่เข้าร่วมมาตรการแล้ว และผู้ที่กำลังตัดสินใจว่าจะเข้าร่วมมาตรการ "พักชำระค่างวด" นี้ดีหรือไม่? ก่อนอื่น เราลองมาดูวิธีการคำนวณดอกเบี้ยที่เกิดจากการพักชำระค่างวดกันก่อนว่า ดอกเบี้ยดังกล่าวถูกคิดคำนวณอย่างไร และจะทำอย่างไรให้คุ้มที่สุดเมื่อต้องกลับมาจ่ายค่างวดหลังสิ้นสุดการพักชำระ เพื่อเป็นประโยชน์ในการตัดสินใจ และเป็นแนวทางในการปฏิบัติต่อไป 
กรุงศรี ออโต้ ใช้วิธีการคำนวณดอกเบี้ยช่วงพักชำระค่างวด ตามเกณฑ์และประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวคือ การนำจำนวนเงินของค่างวดช่วงที่พักชำระมา คูณ ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Effective Interest Rate หรือ EIR) ซึ่งระบุในสัญญาปัจจุบันของลูกค้า และ หาร ด้วยจำนวนเดือนต่อปี = (ค่างวดช่วงพักชำระค้างสะสม x EIR) /12 
โดยดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นในช่วงพักชำระนั้น จะถูกคำนวณสะสม ตั้งแต่วันที่กลับมาชำระค่างวดปกติหลังการพักชำระไปตลอดอายุสัญญา หรือจนกว่าจะปิดบัญชี หรือจนกระทั่งชำระเงินค่างวดที่พักชำระไว้หมด (แล้วแต่กรณีใดเกิดขึ้นก่อน) 
ซึ่งเมื่อพ้นระยะเวลาพักชำระแล้ว หากเราสามารถชำระค่างวดเกินกว่ายอดที่เรียกเก็บได้ เงินส่วนที่ชำระเกินจะถูกนำไปตัดชำระค่างวดทีพักชำระเอาไว้ ซึ่งจะทำให้จำนวนเงินค่างวดที่พักชำระและดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นลดลง ทั้งนี้ ดอกเบี้ยที่เกิดจากการพักชำระนั้น จะถูกเรียกเก็บพร้อมค่างวดในงวดสุดท้าย 
เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่มากขึ้น เราลองมาดูตัวอย่าง ทั้ง 3 แบบด้านล่างนี้ และพิจารณาถึงประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากการกลับมาชำระที่แตกต่างกันไปพร้อมกัน
 แบบที่ 1 กลับมาจ่ายค่างวดปกติ (ไม่ทบเพิ่ม)
ตัวอย่าง : ค่างวดปกติงวดละ 10,000 บาท เหลือผ่อนอีก 5 เดือน พักชำระค่างวด จำนวน 2 งวด งวดละ 10,000 บาท อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง 6%
คำนวณดอกเบี้ยช่วงพักชำระค่างวด ได้ดังนี้
  • ดอกเบี้ยพักชำระงวดที่ 1 = (10,000 x 6%) /12 = 50 บาท
  • ดอกเบี้ยพักชำระงวดที่ 2 = (20,000 x 6%) /12 = 100 บาท
    **รวมดอกเบี้ยพักชำระค้างสะสม = 100 + 50 = 150 บาท
คำนวณดอกเบี้ยพักชำระค้างสะสม หลังการพักชำระค่างวด ได้ดังนี้
  • ดอกเบี้ยพักชำระงวดที่ 20 = (20,000 x 6%) /12 = 100 บาท
    **ดอกเบี้ยพักชำระค้างสะสม = 100 + 150 = 250 บาท
  • ดอกเบี้ยพักชำระงวดที่ 21 = (20,000 x 6%) /12= 100 บาท
    **ดอกเบี้ยพักชำระค้างสะสม = 100 + 250 = 350 บาท
  • ดอกเบี้ยพักชำระงวดที่ 22 = (20,000 x 6%) /12 = 100 บาท
    **ดอกเบี้ยพักชำระค้างสะสม = 100 + 350 = 450 บาท
  • ดอกเบี้ยพักชำระงวดที่ 23 = (10,000 x 6%) /12 = 50 บาท
    **ดอกเบี้ยพักชำระค้างสะสม = 50 + 450 = 500 บาท
ยอดชำระในงวดสุดท้าย = ค่างวดปกติ + ดอกเบี้ยพักชำระค้างสะสม = 10,000 + 500 = 10,500 บาท
สรุป : การกลับมาจ่ายปกติ (ไม่ทบเงินเพิ่ม) จะทำให้เกิด "ดอกเบี้ยพักชำระค้างสะสม" เต็มจำนวน สำหรับจ่ายพร้อมค่างวดในงวดสุดท้าย
 แบบที่ 2 จ่ายทบเพิ่ม เดือนละ 2,000 บาท
ตัวอย่าง : ค่างวดปกติงวดละ 10,000 บาท เหลือผ่อนอีก 5 เดือน พักชำระค่างวด จำนวน 2 งวด งวดละ 10,000 บาท อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง 6%
คำนวณดอกเบี้ยช่วงพักชำระค่างวด ได้ดังนี้
  • ดอกเบี้ยพักชำระงวดที่ 1 = (10,000 x 6%) /12 = 50 บาท
  • ดอกเบี้ยพักชำระงวดที่ 2 = (20,000 x 6%) /12 = 100 บาท
    **รวมดอกเบี้ยพักชำระค้างสะสม = 100 + 50 = 150 บาท
คำนวณดอกเบี้ยพักชำระค้างสะสม หลังการพักชำระค่างวด ได้ดังนี้
  • ดอกเบี้ยพักชำระงวดที่ 20 = (18,000 x 6%) /12 = 90 บาท
    **ดอกเบี้ยพักชำระค้างสะสม = 150 + 90 = 240 บาท
  • ดอกเบี้ยพักชำระงวดที่ 21 = (16,000 x 6%) /12 = 80 บาท
    **ดอกเบี้ยพักชำระค้างสะสม = 240 + 80 = 320 บาท
  • ดอกเบี้ยพักชำระงวดที่ 22 = (14,000 x 6%) /12 = 70 บาท
    **ดอกเบี้ยพักชำระค้างสะสม = 70 + 320 = 390 บาท
  • ดอกเบี้ยพักชำระงวดที่ 23 = (2,000 x 6%)/12 = 10 บาท
    **ดอกเบี้ยพักชำระค้างสะสม = 10 + 390 = 400 บาท
ยอดชำระในงวดสุดท้าย = ค่างวดปกติ + ดอกเบี้ยพักชำระค้างสะสม = 2,000 + 400 = 2,400 บาท
สรุป : การกลับมาจ่ายค่างวด โดยทบเพิ่มอีกเดือนละ 2,000 บาท จะช่วยลดภาระในการจ่าย "ดอกเบี้ยพักชำระค้างสะสม" ให้น้อยลงได้
 แบบที่ 3 จ่ายทบเพิ่ม เดือนละ 5,000 บาท
ตัวอย่าง : ค่างวดปกติงวดละ 10,000 บาท เหลือผ่อนอีก 5 เดือน พักชำระค่างวด จำนวน 2 งวด งวดละ 10,000 บาท อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง 6%
คำนวณดอกเบี้ยช่วงพักชำระค่างวด ได้ดังนี้
  • ดอกเบี้ยพักชำระงวดที่ 1 = (10,000 x 6%) /12 = 50 บาท
  • ดอกเบี้ยพักชำระงวดที่ 2 = (20,000 x 6%) /12 = 100 บาท
    **รวมดอกเบี้ยพักชำระค้างสะสม = 100 + 50 = 150 บาท
คำนวณดอกเบี้ยพักชำระค้างสะสม หลังการพักชำระค่างวด ได้ดังนี้
  • ดอกเบี้ยพักชำระงวดที่ 20 = (15,000 x 6%) /12 = 75 บาท
    **ดอกเบี้ยพักชำระค้างสะสม = 150 + 75 = 225 บาท
  • ดอกเบี้ยพักชำระงวดที่ 21 = (10,000 x 6%) /12= 50 บาท
    **ดอกเบี้ยพักชำระค้างสะสม = 225 + 50 = 275 บาท
  • ดอกเบี้ยพักชำระงวดที่ 22 = (5,000 x 6%) /12 = 25 บาท
    **ดอกเบี้ยพักชำระค้างสะสม = 275 + 25 = 300 บาท
ยอดชำระในงวดสุดท้าย = ค่างวดปกติ + ดอกเบี้ยพักชำระค้างสะสม = 5,000 + 300 = 5,300 บาท
สรุป : การกลับมาจ่ายค่างวด โดยทบเพิ่มอีกเดือนละ 5,000 บาท นอกจากจะช่วยลดภาระในการจ่าย "ดอกเบี้ยพักชำระค้างสะสม" ให้น้อยลงได้แล้ว ยังทำให้ผ่อนหมดเร็วขึ้นอีกด้วย
ดังนั้น เมื่อพิจารณาจากตัวอย่างทั้ง 3 แบบข้างต้นแล้ว เราพอจะสรุปได้ว่า เมื่อพ้นระยะเวลาพักชำระค่างวดแล้ว หากเรายังสามารถชำระค่างวดในแต่ละเดือนได้เกินกว่ายอดที่เรียกเก็บ (ทบเพิ่ม/โปะ) มากเท่าไหร่ จะยิ่งทำให้ภาระที่เกิดจากดอกเบี้ยพักชำระค้างสะสมน้อยลงเท่านั้น เรียกว่า ยิ่ง "ทบ" มาก ยิ่งทำให้จ่ายดอกเบี้ยลดลง และค่างวดก็จะหมดไวตามไปด้วย หรือ พูดง่าย ๆ ก็คือ ขยันโปะ หมดไว สบายใจ นั่นเอง
สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิก
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.0-2740-7400 กด 3 หรือ 5
 

แนะนำสินเชื่อล่าสุด

คาร์ด เอกซ์ คาร์ด เอกซ์
บัตรกดเงินสด CardX SPEEDY CASH ดอกเบี้ยต่อปี 25.000%
กรุงไทย กรุงไทย
สินเชื่อกรุงไทยใจป้ำ ดอกเบี้ยต่อปี 20.000%
ธนาคารทหารไทยธนชาต ธนาคารทหารไทยธนชาต
บัตรกดเงินสด ทีทีบี บ้านแลกเงิน ดอกเบี้ยต่อปี 6.780%
ยูโอบี ยูโอบี
สินเชื่อทะเบียนรถยนต์ ยูโอบี Car2Cash ดอกเบี้ยต่อปีไม่เกิน 10.990 - 24.000%

บทความสินเชื่อเงินสดล่าสุด

ดูทั้งหมด

เว็บไซต์นี้มีการเก็บคุกกี้เพื่อเพิ่มความพึงพอใจในการใช้งานเว็บไซต์ และช่วยให้เราปรับปรุง และนำเสนอเนื้อหาตรงตามความสนใจของท่าน ท่านสามารถดู Privacy Notice และ ดู Cookies Policy ของเราได้ ที่นี่ ทั้งนี้ ท่านจะยินยอมให้เราเก็บคุกกี้ทั้งหมด หรือให้เก็บแค่บางส่วนโดยการคลิกเลือก ตั้งค่า

ท่านสามารถเลือกให้ความยินยอมการเก็บคุกกี้เป็นเรื่องๆ ได้ที่นี่

เมื่อคุณเข้าชมเว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชั่น checkraka เราอาจจัดเก็บ หรือดึงข้อมูลจากเบราว์เซอร์ของคุณในรูปแบบของคุกกี้ และเทคโนโลยีอื่นที่คล้ายคลึง เช่น tag และ pixel (เรียกรวมกันว่า “คุกกี้”) ซึ่งมักเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้โดยตรง แต่ช่วยให้คุณใช้งานเว็บไซต์ได้ปลอดภัย และตรงตามความต้องการมากขึ้น คุณอาจไม่ยินยอมให้เราเก็บคุกกี้บางประเภทได้ โดยการคลิกตามหัวข้อข้างล่างนี้

ประเภทคุกกี้
อ่านเพิ่มเติม ที่นี่
ยินยอม / ไม่ยินยอม
คุกกี้ที่จำเป็นต้องมีเสมอ
(Strictly Necessary)
คุกกี้สำหรับการใช้งานเว็บไซต์
(Functionality)
คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและวิเคราะห์
(Performance & Analytics)
คุกกี้เพื่อการตลาด
(Marketing)