
"กฎหมายค้ำประกัน" เรื่องจริงใกล้ตัว...ที่ต้องรู้
"การค้ำประกัน" คือ สัญญาซึ่งบุคคลหนึ่งเรียกว่า "ผู้ค้ำประกัน" สัญญาว่าจะชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ ถ้าหากลูกหนี้ไม่ยอมชำระหนี้ หนี้ที่ค้ำประกันนี้จะเป็นหนี้อะไรก็ได้ทั้งสิ้น เช่น หนี้เงินกู้, หนี้ค่าสินค้า, หนี้การก่อสร้าง เป็นต้น ข่าวสารในปัจจุบันทำให้เรารู้และเข้าใจความร้ายกาจของ "การค้ำประกัน" มากขึ้น และดูเหมือนว่าจะรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วย
วันนี้ เรามาดู "กฎหมายค้ำประกัน" กันนะคะว่า เรามีทางจะหลีกเลี่ยง หรือทันกับปัญหาที่เกิดจากการ "ค้ำประกัน" อย่างไรได้บ้าง มาเริ่มด้วยมาตราต่างๆ ในกฎหมายค้ำประกันในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กันได้เลยค่ะ
กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๘๐
"อันว่าค้ำประกันนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลภายนอกคนหนึ่ง เรียกว่า ผู้ค้ำประกัน ผูกพันตนต่อเจ้าหนี้คนหนึ่ง เพื่อชำระหนี้ในเมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้นั้น
อนึ่ง สัญญาค้ำประกันนั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกันเป็นสำคัญ ท่านว่าจะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่"
อนึ่ง สัญญาค้ำประกันนั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกันเป็นสำคัญ ท่านว่าจะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่"
การเข้าค้ำประกันนั้น จะมีทั้งที่เป็นการค้ำประกันโดยบุคคลหลายคน เข้าทำสัญญาค้ำประกันผูกพันตนต่อเจ้าหนี้ และกรณีบุคคลคนเดียวเข้าค้ำประกัน
การเข้าค้ำประกันด้วยคนหลายคน ผู้ค้ำประกันจะมีลักษณะเป็นลูกหนี้ร่วมกัน นั่นหมายความว่า เจ้าหนี้จะบังคับให้ผู้ค้ำประกันคนใดคนหนึ่งใช้หนี้แทนจนหมดสิ้น หรือให้เฉลี่ยกัน หรือบังคับที่ใคร มากน้อยอย่างไรก็ได้
ดังที่ บัญญัติไว้ใน มาตรา ๖๘๒ วรรคสองว่า
"ถ้าบุคคลหลายคนยอมตนเข้าเป็นผู้ค้ำประกันในหนี้รายเดียวกัน ท่านว่าผู้ค้ำประกันเหล่านั้น มีความรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมกัน แม้ถึงว่าจะมิได้เข้ารับค้ำประกันรวมกัน"
แต่ถ้าเป็นการค้ำประกันด้วยคนๆ เดียว การเขียนในข้อสัญญาว่าให้ผู้ค้ำประกันมีความรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมด้วยนั้น ข้อสัญญานี้จะเป็นโมฆะ ตามที่มีการแก้ไขกฎหมาย และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ เป็นต้นมา
ซึ่งอยู่ในมาตรา ๖๘๑/๑ ที่แก้ไขใหม่ ดังนี้
"มาตรา ๖๘๑/๑ ข้อตกลงใดที่กำหนดให้ผู้ค้ำประกันต้องรับผิดอย่างเดียวกับลูกหนี้ร่วมหรือในฐานะเป็นลูกหนี้ร่วม ข้อตกลงนั้นเป็นโมฆะ"
ทั้งนี้ หมายความว่า สัญญาค้ำประกันยังคงผูกพันอยู่ และผู้ค้ำประกันมีสิทธิเกี่ยงขอให้เจ้าหนี้เรียกให้ลูกหนี้ชำระหนี้ก่อน หรือขอให้บังคับเอากับทรัพย์สินของลูกหนี้ก่อน หรือร้องขอให้ชำระเอาจากหลักประกันที่เจ้าหนี้ยึดถือเป็นประกันไว้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๘๘, มาตรา ๖๘๙, มาตรา ๖๙๐ ได้
รู้แบบนี้แล้ว เพื่อนๆ คงจะตัดสินใจได้แล้วนะคะว่า เราควรจะไปค้ำประกันให้คนอื่นหรือไม่ จำไว้เสมอว่า จะช่วยใคร...ก็อย่าทำให้ตัวเองเดือดร้อน ไม่เช่นนั้นเราอาจจะหมดตัวหรือล้มละลายได้นะคะ
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก www.matichon.co.th วันที่ 18 ก.พ. 59
แท็กที่เกี่ยวข้อง
