ฮอนด้า เอชอาร์ซี สร้างประวัติศาสตร์อีกครั้งด้วยการคว้าแชมป์การแข่งขันรถจักรยานยนต์เอ็นดูรานซ์ชิงแชมป์โลก หรือ เอฟไอเอ็ม เอ็นดูรานซ์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 รายการ โคคา-โคล่า ซูซูกะ เอท อาวเวอร์ส เอ็นดูแรนซ์ โรด เรซ ครั้งที่ 47 ได้เป็นสมัยที่ 5 ติดต่อกัน ตอกย้ำความเป็นผู้นำวงการมอเตอร์สปอร์ต ที่สนาม ซูซูกะ เซอร์กิต ประเทศญี่ปุ่น โดยในปีนี้นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มีนักแข่งไทยจาก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ เข้าร่วมการแข่งขันพร้อมกันถึง 2 คนซึ่งก็คือ “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา และ “ชิพ” นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์


โดย ก้อง สมเกียรติ ได้รับโอกาสสำคัญลงสนามบิดรถ Honda CBR1000RR-R SP หมายเลข 30 ให้กับทีมโรงงาน ฮอนด้า เอชอาร์ซี ร่วมกับนักบิดชั้นนำอย่าง ทาคูมิ ทาคาฮาชิ และ โจนาธาน เรีย โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการคว้าแชมป์สมัยที่ 5 ติดต่อกัน


ขณะที่ ชิพ นครินทร์ จะลงสนามด้วยรถ Honda CBR1000RR-R หมายเลข 88 สังกัดทีม ฮอนด้า เอเชีย ดรีม เรซซิ่ง วิท แอสเทโม ร่วมกับ ไครุล อิดฮัม ปาวี นักบิดจากประเทศมาเลเซียและ อาเดนันตา ปุตรา นักบิดอินโดนีเซีย

ด้านความพร้อมล่าสุด ก้อง สมเกียรติ ได้ทำการทดสอบรถเพื่อเก็บระยะและประสบการณ์เพิ่มเติมกับรถแข่ง CBR1000RR-R SP รวมถึงเพิ่มความคุ้นเคยกับตัวรถ ทีมงาน และกระบวนการทำงานภายในทีมให้พร้อมที่สุดก่อนการแข่งขัน โดยนักบิดขวัญใจชาวไทย กล่าวว่า “การทดสอบรถสำหรับผมถือว่าไม่เลวเลยครับ ผมพยายามเรียนรู้สนามให้มากขึ้น รวมถึงทำความเข้าใจเรื่องการเซ็ตอัพรถแข่งให้ดียิ่งขึ้นด้วย โดยรวมแล้วเป็นวันที่มีประโยชน์มาก และผมได้ลงขี่ในช่วงสตินต์ยาวหลายครั้ง ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีสำหรับผม จังหวะความเร็ว (Pace) โดยรวมก็ค่อนข้างดีเช่นกัน แม้ว่าเวลาต่อรอบที่ดีที่สุดของผมจะยังไม่อยู่ในระดับที่ต้องการก็ตาม เรายังเหลือการทดสอบอีกหนึ่งครั้ง ผมจะเดินหน้าทำงานอย่างเต็มที่ต่อไป และหวังว่าเราจะสามารถพัฒนาไปได้อีกขั้น มาดูกันว่าผมจะทำอะไรได้บ้างครับ”


สำหรับการแข่งขันซูซูกะ เอท อาวเวอร์ส ในปี 2026 ถูกเลื่อนขึ้นมาจัดเร็วกว่าปกติหนึ่งเดือน สภาพอากาศจึงไม่ร้อนจัดเหมือนที่มักพบในช่วงสัปดาห์การแข่งขันของปีที่ผ่านมา โดยอุณหภูมิอากาศตลอดวันอยู่ต่ำกว่า 30 องศาเซลเซียส ความชื้นอยู่ในระดับปานกลาง และมีเมฆปกคลุมเป็นช่วง ๆ ซึ่งจะส่งผลให้นักบิดสามารถลงสนามแข่งขันภายใต้สภาพแวดล้อมที่มีความเสถียรและสม่ำเสมอ

วันที่สองของการทดสอบรถ ก้อง สมเกียรติ จันทรา ยังคงทำการทดสอบรถร่วมกับทีม ฮอนด้า เอชอาร์ซี บิดรถ Honda CBR1000RR-R หมายเลข 30 โดยการทดสอบภาคเช้าสองเซสชั่นแรกจัดขึ้นในสภาพอากาศแห้งและอุณหภูมิค่อนข้างเย็น การทดสอบเซสชั่นแรกนักบิดทั้งสามคนต่างผลัดกันลงสนามโดย ก้อง-สมเกียรติ เป็นผู้ลงสนามทดสอบก่อนจากนั้นจึงเปลี่ยนให้ ทาคูมิ ทาคาฮาชิ และ โจนาธาน เรีย ลงสนามตามลำดับ โดยทีมสามารถทำเวลาดีที่สุดอยู่ที่ 02:05.600 นาที รั้งอันดับที่ 4

การทดสอบเซสชั่นที่สอง ก้อง-สมเกียรติ รับบทบาทเป็นผู้ลงสนามตลอดทั้งเซสชั่น โดยนักบิดไทยสามารถพัฒนาความเร็วได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมเก็บเกี่ยวประสบการณ์กับตัวรถเพิ่มเติม โดยทำเวลาต่อรอบดีที่สุดเป็นสถิติของตัวเองที่ 02:05.598 นาที พาทีมจบด้วยอันดับที่ 3 ในเซสชั่นนี้

จากนั้นช่วงพักกลางวันก็มีฝนตกลงมาอย่างหนักทำให้ในการทดสอบเซสชั่นที่ 3 และ 4 ต้องดำเนินไปภายใต้สภาพแทร็กที่เปียกชื้น ทำให้ทีมเก็บข้อมูลสำคัญพร้อมทำเวลาได้ 02:18.898 กับ 02:18.678 นาที คว้าอันดับ 1 ทั้งสองเซสชั่น

การทดสอบเซสชั่นสุดท้าย ก้อง สมเกียรติ รับหน้าที่ลงทดสอบเดี่ยวเพื่อสร้างความคุ้นเคยและพัฒนาเวลาโดยนักบิดไทยทำเวลาดีที่สุดได้ 02:19.377 นาที รั้งอยู่อันดับที่ 5 เป็นการปิดท้าย โดยเจ้าตัวกล่าวถึงการทดสอบวันที่สองว่า “ผมพอใจกับผลงานของวันนี้ครับ เวลาต่อรอบที่ดีที่สุดของผมในช่วงเช้าที่ขี่บนสนามแห้งดีขึ้นจากเดิมประมาณครึ่งวินาที นอกจากนี้เรายังได้ทดลองวิ่งระยะยาว (Long Run) และจังหวะการขี่ของผมก็ค่อนข้างดี ช่วงบ่ายฝนเริ่มตก และนี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้ขี่รถแข่งบนสนามซูซูกะในสภาพแทร็กเปียก ช่วงแรกค่อนข้างยากสำหรับผม ดังนั้นผมจึงพยายามลงขี่ให้มากที่สุด เพื่อเรียนรู้และทำความเข้าใจความรู้สึกของรถแข่งและยาง ผมติดตามชมการแข่งขันนี้ทุกปี ผมเคยคิดอยู่เสมอว่าสักวันหนึ่งอยากมีโอกาสลงแข่งขันที่นี่ และตอนนี้โอกาสนั้นก็มาถึงแล้ว”


ด้าน ชิพ นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ ลงบิด Honda CBR1000RR-R หมายเลข 88 ร่วมกับ ไครุล อิดฮัม ปาวี นักแข่งจากประเทศมาเลเซียและ อาเดนันตา ปุตรา นักแข่งจากประเทศอินโดนีเซีย ลงสนามทดสอบเป็นวันที่สองเช่นกัน โดยทีม ฮอนด้า เอเชีย-ดรีม เรซซิ่ง วิท แอสเตโม เน้นเรื่องความคุ้นเคยและปรับเซตติ้งรถ เพื่อให้นักบิดทั้งสามคนพร้อมสร้างผลงานในการแข่งขันให้ดีที่สุดตามเป้าหมายของทีม

สำหรับรอบคัดเลือกจะแบ่งนักบิดออกเป็น 3 กลุ่ม ก้อง สมเกียรติ บิดรถ Honda CBR1000RR-R หมายเลข 30 ลงสนามในเซสชัน Red Rider โดยรอบคัดเลือกรอบแรกนักบิดไทยจบอันดับ 6 ด้วยเวลาที่ดีที่สุด 02:05.763 นาที รอบคัดเลือกรอบที่ 2 ก้อง สมเกียรติ สามารถพัฒนาผลงานได้อีกครั้งเมื่อทำเวลา 02:05.465 นาที คว้าอันดับ 4 ในเซสชัน Red Rider และเมื่อนำผลงานของนักบิดทีม ฮอนด้า เอชอาร์ซี ที่ดีที่สุดมารวมกันแล้วส่งผลให้ทีมโรงงานสามารถคว้าอันดับที่ 1 ของรอบคัดเลือกมาครองได้และผ่านเข้าสู่รอบ Top 10 Trial ซึ่งจะนำทีมที่ได้ 10 อันดับแรก มาคัดเลือกจัดอันดับออกสตาร์ตอีกครั้ง

โดย ก้อง สมเกียรติ กล่าวว่า “ในการควอลิฟายรอบแรก อุณหภูมิพื้นแทร็กค่อนข้างสูงมาก ทำให้ผมไม่สามารถทำเวลาต่อรอบได้ดีอย่างที่ต้องการ ในการควอลิฟายรอบที่สองอุณหภูมิแทร็กดีขึ้นมาก ช่วงบ่ายผมจึงสามารถปรับปรุงเวลาต่อรอบได้ และยังรักษาความสม่ำเสมอของจังหวะการขี่ได้ดียิ่งขึ้นด้วย ก่อนมาที่นี่ ผมเพิ่งได้ทดสอบรถเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ผมมีความสุขมากที่สามารถพัฒนาผลงานได้อย่างต่อเนื่องตลอดหลายวันที่ผ่านมา ทีมงานทุกคนปฏิบัติต่อกันเหมือนครอบครัว พวกเขาช่วยทำให้ผมผ่อนคลายและมีสมาธิ ทำให้ผมสามารถสนุกกับการขี่และขี่ในสไตล์ของตัวเองได้อย่างเต็มที่”

ด้าน ชิพ นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ ลงบิด Honda CBR1000RR-R หมายเลข 88 ร่วมกับ ไครุล อิดฮัม ปาวี นักแข่งจากประเทศมาเลเซียและ อาเดนันตา ปุตรา นักแข่งจากประเทศอินโดนีเซีย ลงสนามรอบคัดเลือกเช่นกันและสามารถพาทีม ฮอนด้า เอเชีย-ดรีม เรซซิ่ง วิท แอสเตโม คว้าอันดับที่ 20
.jpg.webp)
การแข่งขันเริ่มต้นภายใต้สภาพอากาศที่มีท้องฟ้าครึ้ม อุณหภูมิ 23 องศาเซลเซียส และพื้นสนามที่ยังเปียกชื้นจากฝนที่ตกลงมาก่อนการแข่งขัน ทีมฮอนด้า เอชอาร์ซี ที่ประกอบด้วย ทาคูมิ ทาคาฮาชิ, โจนาธาน เรีย และ ก้อง สมเกียรติ จันทรา ออกสตาร์ตจากตำแหน่งโพลโพซิชัน โดย ทาคาฮาชิ รับหน้าที่ลงบิดเปิดเกมด้วยรถแข่ง Honda CBR1000RR-R หมายเลข 30 ก่อนจะรักษาความได้เปรียบและเกาะกลุ่มผู้นำได้อย่างเหนียวแน่น แม้จะถูกแซงในช่วงต้นการแข่งขันก็ตาม
.jpg.webp)
ตลอดการแข่งขันด้วยสภาพอากาศที่แปรปรวนและฝนที่ตกเป็นระยะส่งผลให้พื้นสนามลื่นและเกิดอุบัติเหตุหลายครั้ง จนต้องมีการนำรถเซฟตี้คาร์ออกมาควบคุมการแข่งขันหลายช่วง ส่งผลให้ทีมต้องปรับแผนกลยุทธ์ การเลือกยาง และจังหวะเข้าพิตอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามด้วยประสบการณ์และการทำงานร่วมกันอย่างยอดเยี่ยมของนักแข่งและทีมงาน โดยเฉพาะ ทาคูมิ ทาคาฮาชิ และ โจนาธาน เรีย ที่คุมเวลาได้ดีตลอดการแข่งขัน ทำให้ ฮอนด้า เอชอาร์ซี สามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก่อนทะยานเข้าเส้นชัยในฐานะแชมป์ พร้อมสร้างสถิติคว้าแชมป์ ซูซูกะ 8 ชั่วโมง เป็นปีที่ 5 ติดต่อกันได้อย่างยิ่งใหญ่
.jpg.webp)
.jpg.webp)
.jpg.webp)
.jpg.webp)
ด้าน ชิพ นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ ลงบิด Honda CBR1000RR-R หมายเลข 88 ร่วมกับ ไครุล อิดฮัม ปาวี นักแข่งจากประเทศมาเลเซียและ อาเดนันตา ปุตรา นักแข่งจากประเทศอินโดนีเซีย ก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมไม่แพ้กันเมื่อสามารถนำทีม ฮอนด้า เอเชีย-ดรีม เรซซิ่ง วิท แอสเตโม ฝ่าอุปสรรคพลิกสถานการณ์คว้าอันดับที่ 9 มาครอง
แฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าพร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH
