ไอคอนข่าว

ข่าวและอีเว้นท์รถยนต์

icon-filter ค้นหารถยนต์แบบละเอียด
product filter
product filter
product filter
product filter
product filter

Ford ประกาศราคา Ranger Sper Duty อย่างเป็นทางการ พร้อมนำทัพ Ranger และ Everest ที่มากับเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบที่ปรับจูนใหม่ จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด มาเปิดตัวใน มอเตอร์โชว์ 2026

เวลา ยอดอ่าน 42
Share
Ford ประกาศราคา Ranger Sper Duty อย่างเป็นทางการ พร้อมนำทัพ Ranger และ Everest ที่มากับเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบที่ปรับจูนใหม่ จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด มาเปิดตัวใน มอเตอร์โชว์ 2026
ฟอร์ด ประเทศไทย สร้างความตื่นเต้นอีกครั้งในตลาดรถกระบะ ด้วยการเปิดตัว ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ รถกระบะสำหรับภารกิจหนักที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ช่องว่างสำคัญในตลาด พร้อมนิยามความแกร่งบทใหม่ ‘โหดได้เรื่อง ดุได้ใจ!’ โดยลูกค้าไทยจะได้สัมผัสรุ่นกระบะ 4 ประตู เป็นครั้งแรกของโลกก่อนใคร พร้อมเผยไลน์อัปรุ่นย่อยใหม่ของ ฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ ที่มาพร้อมสมรรถนะ เทคโนโลยี และทางเลือกที่ตอบโจทย์การใช้งานและไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ตอกย้ำบทบาทของฟอร์ดในฐานะผู้นำตลาดรถกระบะและรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ ภายในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 พร้อมโปรโมชันสุดเร้าใจทั้งภายในงานและที่ผู้จำหน่ายฟอร์ดทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน 2569
“การเปิดตัว ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของฟอร์ดในการยกระดับมาตรฐานความแกร่งของตลาดรถกระบะ โดยฟอร์ดมองเห็นช่องว่างสำคัญในตลาดสำหรับรถกระบะที่สามารถรองรับภารกิจหนักได้อย่างแท้จริง ตั้งแต่ผู้ประกอบการที่ต้องใช้รถสำหรับภารกิจหนัก ไปจนถึงนักเดินทางที่ต้องการรถที่พร้อมลุยในทุกสภาพเส้นทาง เราจึงพัฒนารถรุ่นนี้ขึ้นมาเพื่อเปิดเซ็กเมนต์ใหม่ของรถกระบะสำหรับภารกิจหนัก นอกจากนี้ฟอร์ดยังได้เปิดตัวไลน์อัปรถยนต์ใหม่ของ ฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ ด้วยทางเลือกเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบที่ปรับจูนใหม่ จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด เพื่อมอบทางเลือกที่ตอบโจทย์การใช้งานและไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของลูกค้าชาวไทย สะท้อนแนวทางการตลาดระดับโลกของฟอร์ด ภายใต้แพลตฟอร์ม ‘Ready Set Ford’ ที่มุ่งเสริมศักยภาพให้ลูกค้าสามารถดึงขีดความสามารถของตนเองออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่ผ่านการใช้รถฟอร์ด” นายรัฐการ จูตะเสน กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว
ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ พัฒนาขึ้นเพื่อเป็นคำตอบสำหรับลูกค้าที่ต้องการสมรรถนะด้านการบรรทุกและการลากจูงในระดับที่แตกต่างจากรถกระบะที่มีจำหน่ายในท้องตลาดปัจจุบัน ด้วยความสามารถในการลากจูงสูงสุด 4,500 กิโลกรัม รองรับน้ำหนักรถรวมบรรทุกสูงสุด หรือ GVM (Gross Vehicle Mass) 4,500 กิโลกรัม และน้ำหนักรวมบรรทุกและลากจูงสูงสุด หรือ GCM (Gross Combine Mass) 8,000 กิโลกรัม
 
ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ มาพร้อมโครงสร้างที่ได้รับการอัปเกรดใหม่ทั้งหมด มีน้ำหนักมากกว่าโครงปกติของเรนเจอร์ทั่วไป 70-80 กิโลกรัม กันชนเหล็กยึดกับโครงรถโดยตรง แผ่นกันกระแทกใต้ท้องรถผลิตจากเหล็กหนาถึง 3.6 มิลลิเมตร ที่ปกป้องช่วงล่างตั้งแต่ด้านหน้าไปจนถึงบริเวณถังน้ำมัน พร้อมสำหรับการลงพื้นที่สมบุกสมบันทุกรูปแบบ ระบบช่วงล่างที่ออกแบบใหม่ ประกอบด้วยปีกนกที่หนาที่สุดเท่าที่ฟอร์ดเคยพัฒนาให้กับฟอร์ด เรนเจอร์ เพลาขับหน้าและหลังที่แข็งแรงขึ้น และเฟืองท้ายแบบใหม่ที่ใหญ่และแข็งแรง เพื่อรองรับการบรรทุกและลากจูงของที่มีน้ำหนักมากจากการใช้งานอย่างหนักหน่วงของลูกค้า เอกลักษณ์ความ ‘โหดได้เรื่อง ดุได้ใจ!’ ยังสะท้อนผ่านรายละเอียดการออกแบบ เช่น ล้อเหล็ก Heavy Duty น็อต 8 ตัว ซึ่งมีเฉพาะในรุ่นซูเปอร์ ดิวตี้เท่านั้น พร้อมสัญลักษณ์ ‘SUPER DUTY’ ที่แผงคอนโซลหน้า
 
ฟอร์ดยังตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีช่วยขับขี่ที่พัฒนาสำหรับการขับขี่ออฟโรดโดยเฉพาะ ด้วยโหมดการขับขี่ครบ 7 โหมด ได้แก่ โหมดปกติ โหมดประหยัด โหมดลากจูง โหมดถนนลื่น โหมดโคลน โหมดทราย โหมดหิน นอกจากนี้ยังมาพร้อมฟีเจอร์อัจฉริยะที่นำมาใช้ในรถกระบะในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ได้แก่ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเพื่อการขับขี่ออฟโรด (Trail Control) และระบบช่วยเลี้ยวบนเส้นทางออฟโรด (Trail Turn Assist) 
 
ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ รุ่นกระบะ 4 ประตู เครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร วี 6 เปิดตัวในราคา 1,599,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง
 
นอกจากนี้ ฟอร์ดยังยกระดับไลน์อัปรุ่นย่อย ฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ เพื่อเพิ่มสมรรถนะการขับขี่ และทางเลือกให้ลูกค้าเป็นเจ้าของรถที่มาพร้อมฟีเจอร์ระดับพรีเมียมได้ง่ายขึ้น ด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร  เทอร์โบที่ปรับจูนใหม่ จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ระบบความปลอดภัยที่ติดตั้งมาตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น และปรับโฉมดีไซน์ภายนอกให้ดูเท่และดุดันขึ้นกว่าเดิม ในหลากหลายรุ่นย่อย 
ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ ปรับแต่งเพื่อตอบโจทย์การใช้งานได้ครบครันยิ่งขึ้น ทั้งด้านการทำงานและไลฟ์สไตล์ในวันหยุดกับครอบครัว นำโดย ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค เอ็กซ์ เครื่องยนต์ 3.0 ลิตร วี 6 เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ที่ยกระดับความดุดันด้วยสมรรถนะการขับขี่ออฟโรดเหนือระดับ โดดเด่นด้วยการอัปเกรดช่วงล่างด้วยโช้คอัพ Bilstein เสริมแผ่นโลหะกันกระแทกใต้ท้องรถ พร้อมไฟหน้าแบบเมทริกซ์ แอลอีดี และล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว สีดำด้าน ยาง All-Terrain (A/T 265/70 R17) เพื่อรองรับทุกเส้นทางท้าทายได้อย่างมั่นใจ พร้อมนวัตกรรม Flexible Rack System ที่ช่วยให้การบรรทุกอุปกรณ์เดินทางเป็นเรื่องง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น ภายในห้องโดยสารมอบความหรูหราด้วยระบบเสียงพรีเมียมจาก Bang & Olufsen 8 ตำแหน่ง ให้ทุกการเดินทางคือการพักผ่อนอย่างมีสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานหนักหรือทริปท่องเที่ยวสุดเอ็กซ์ตรีม และเพิ่มความโดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยสีใหม่สีส้ม อิกไนท์ ออเรนจ์ ที่สะท้อนตัวตนสายลุยได้อย่างชัดเจน  
ขณะที่ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ และ รุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบ จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ได้รับการเสริมเทคโนโลยีความปลอดภัยและระบบช่วยขับขี่ขั้นสูง โดยไวลด์แทรคทุกรุ่นมาพร้อมสีใหม่ อิกไนท์ ออเรนจ์ เพิ่มความโดดเด่นสำหรับลูกค้าสายลุย ส่วนรุ่นคุ้มค่าสำหรับการใช้งานอย่าง ฟอร์ด เรนเจอร์ XLS รุ่นกระบะ 4 ประตูยกสูง ได้รับการอัปเกรดอุปกรณ์เพื่อความสะดวกสบายและการใช้งานที่ครบครันยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอสีแบบสัมผัส Multi-Touch ขนาด 12 นิ้ว ระบบปรับอากาศแบบแยกอุณหภูมิซ้าย-ขวา ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง พร้อมเพิ่มไฟท้ายแบบแอลอีดี และระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control) เพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังเพิ่มทางเลือกในรุ่นเริ่มต้นอย่าง ฟอร์ด เรนเจอร์ XL+ ด้วยเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด เป็นครั้งแรก   
ด้าน ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ มอบทางเลือกที่ครอบคลุมยิ่งขึ้นให้กับลูกค้ารถยนต์นั่งอเนกประสงค์ ทั้งในชีวิตประจำวันและการเดินทางผจญภัย โดยฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทินัม มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร วี 6
และทางเลือกใหม่ฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทินัม เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบ ขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์ขับขี่ระดับพรีเมียมในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น มาพร้อมเพิ่มสีใหม่สุดหรู สีเขียว อะเคเซีย กรีน 
ขณะที่ฟอร์ด เอเวอเรสต์ สปอร์ต ตอกย้ำความคุ้มค่าและความสามารถในการลุย ด้วยทางเลือกระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่ตอบโจทย์ลูกค้าที่มองหารถยนต์นั่งอเนกประสงค์ที่พร้อมลุยในราคาที่เข้าถึงง่าย ควบคู่ดีไซน์ที่โดดเด่น ครบครันด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัย มาพร้อมสีเทาใหม่ คอมมานด์ เกรย์
ส่วนน้องใหม่รุ่นเริ่มต้นกับ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ แอคทีฟ ที่มาพร้อมเทคโนโลยีช่วยการขับขี่และความปลอดภัยขั้นสูง เช่น ระบบช่วยเบรคอัตโนมัติ  ระบบเตือนการชนด้านหน้า ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง ระบบช่วยควบคุมรถหลังจากชน ระบบไฟส่องสว่างแบบแบ่งโซน ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัจฉริยะ มาพร้อมจอสีแบบสัมผัส Multi-Touch ขนาด 12 นิ้ว 
 
ฟอร์ดเตรียมเปิดให้ลูกค้าที่สนใจสั่งจองรถฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ ได้ทั้งผ่านช่องทางออนไลน์ บนเว็บไซต์ www.ford.co.th รวมถึงที่งานมอเตอร์โชว์ และที่ผู้จำหน่ายฟอร์ดทั่วประเทศ

ข้อเสนอสุดพิเศษเฉพาะช่วงงานมอเตอร์โชว์
ฟอร์ดมอบข้อเสนอพิเศษสำหรับรถรุ่นใหม่ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 (เฉพาะช่วงระยะเวลาการจัดงาน) โดยมีรายละเอียดดังนี้
  • ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ รุ่นกระบะ 4 ประตู เครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร วี 6 เปิดตัวในราคา 1,599,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง 
  • ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค เอ็กซ์ เปิดตัวในราคา 1,469,000 บาท ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง
  • ฟอร์ด เรนเจอร์ XLS รุ่นกระบะ 4 ประตู จำหน่ายในราคาพิเศษเพียง 939,000 บาท พร้อมโปรแกรมผ่อนต่ำเพียง 9,787 บาทต่อเดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง
  • ฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทินัม เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบ เปิดตัวในราคา 1,779,000 บาท ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง 
  • ฟอร์ด เอเวอเรสต์ สปอร์ต รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ จำหน่ายในราคา 1,669,000 บาท รับดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง เมื่อดาวน์ 25% และผ่อน 48 เดือน เมื่อจัดไฟแนนซ์ผ่านฟอร์ด ลีสซิ่ง
  • ฟอร์ด เอเวอเรสต์ แอคทีฟ ใหม่ จำหน่ายในราคาพิเศษเพียง 1,299,000 บาท จากราคาปกติ 1,379,000 บาท เมื่อจัดไฟแนนซ์ผ่านฟอร์ด ลีสซิ่ง
  • รถฟอร์ด ทุกรุ่นมาพร้อมโปรแกรม Ford Care รับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่จากโรงงาน นาน 5 ปี /150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)
ฟอร์ดยังคงสานต่อการดูแลลูกค้าเพื่อยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถ ด้วยแนวคิดการบริการแบบ ‘สะดวก มั่นใจ ประทับใจ’ พร้อมดูแลลูกค้าเสมือนคนในครอบครัวด้วยนวัตกรรมการบริการที่พัฒนาขึ้นโดยคำนึงถึงลูกค้าเป็นศูนย์กลางอยู่เสมอ ควบคู่การมอบความคุ้มค่าและสิทธิประโยชน์ให้ลูกค้าอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นการมอบการบริการตลอด 24 ชั่วโมงผ่านช่องทางดิจิทัลต่างๆ ทั้ง Ford app และ Line OA Ford Thailand เช่น ระบบนัดหมายเข้าศูนย์บริการ การติดตามสถานะการซ่อมบำรุง เพิ่มความสะดวกในการเข้ารับบริการ อีกทั้งยังมอบความคุ้มค่าระยะยาวโดยให้ความสำคัญกับการลดค่าใช้จ่ายในการเป็นเจ้าของรถผ่านโปรแกรมบำรุงรักษาและแพ็กเกจบริการที่หลากหลาย และสิทธิประโยชน์จาก Ford Rewards Club เพื่อตอบโจทย์ความคุ้มค่าตลอดอายุการใช้งาน
 
ติดตามข้อมูลเกี่ยวกับฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ และรถฟอร์ดรุ่นย่อยใหม่ได้จากแฮชแท็ก #ToughUnlimited #RangerSuperDuty #FordRanger #FordEverest #SuperDuty           
 

รถยนต์เปิดตัวล่าสุด

ดูทั้งหมด

บทความรถยนต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด