ไอคอนข่าว

ข่าวและอีเว้นท์รถยนต์

icon-filter ค้นหารถยนต์แบบละเอียด
product filter
product filter
product filter
product filter
product filter

Honda ทบทวนแผนกลยุทธ์รถยนต์ไฟฟ้า พร้อมปรับแผนประมาณการผลประกอบการรวม และเผยทิศทางธุรกิจในอนาคต

เวลา ยอดอ่าน 57
Share
Honda ทบทวนแผนกลยุทธ์รถยนต์ไฟฟ้า พร้อมปรับแผนประมาณการผลประกอบการรวม และเผยทิศทางธุรกิจในอนาคต
บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด ประกาศการตัดสินใจยกเลิกแผนการพัฒนาและการทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) จำนวน 3 รุ่น ซึ่งเดิมมีแผนการผลิตในทวีปอเมริกาเหนือ หลังจากทบทวนแผนกลยุทธ์ด้านรถยนต์ไฟฟ้าของบริษัท ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางธุรกิจในปัจจุบัน สืบเนื่องจากการตัดสินใจครั้งนี้ ฮอนด้า คาดว่าจะรับรู้ถึงผลกระทบทางการเงินในงบการเงินรวมสำหรับปีงบประมาณที่จะสิ้นสุดในเดือนมีนาคม 2569 นี้ รวมถึงปรับการประมาณการผลประกอบการรวมจากที่เคยประกาศไว้ก่อนหน้า โดยมีรายละเอียดดังนี้
การทบทวนกลยุทธ์ยานยนต์ไฟฟ้า และการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ
ฮอนด้า ตั้งเป้าหมายมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) สำหรับผลิตภัณฑ์และกิจกรรมทางธุรกิจทั้งหมดภายในปี 2593 (Honda Target 2050) ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายครั้งสำคัญของสหรัฐอเมริกาที่มุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า ส่งผลให้บริษัทปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่ โดยเชื่อว่ายานยนต์ไฟฟ้าเป็นแนวทางสำคัญในการบรรลุเป้าหมายดังกล่าวในระยะยาว โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์ขนาดเล็กและรถยนต์นั่งส่วนบุคคล

โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ฮอนด้า ได้เดินหน้าผลักดันการใช้รถยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยฐานรายได้ที่มั่นคงจากธุรกิจรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปและรถยนต์ไฮบริด ซึ่งพัฒนามาจากองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่สั่งสมมายาวนาน รวมถึงธุรกิจรถจักรยานยนต์และบริการทางการเงินที่มีฐานลูกค้าที่แข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจรถยนต์ฮอนด้าเริ่มลดลง โดยมีสาเหตุหลักมาจาก
  1. ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายภาษีนำเข้าในสหรัฐอเมริกา ซึ่งส่งผลต่อธุรกิจรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปและไฮบริด 
  2. การจัดสรรทรัพยากรไปสู่การพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าเป็นหลัก ส่งผลให้ความสามารถในการแข่งขันของผลิตภัณฑ์ในตลาดเอเชียลดลง
นอกจากนี้ สภาพแวดล้อมทางธุรกิจของอุตสาหกรรมยานยนต์ กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยยะสำคัญ และเผชิญกับความไม่แน่นอน โดยก่อนหน้านี้ ภายใต้กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดในสหรัฐอเมริกาและหลายประเทศ ฮอนด้า ได้เดินหน้าผลักดันการใช้รถยนต์ไฟฟ้าอย่างจริงจัง โดยมองว่าการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนเป็นความรับผิดชอบที่ผู้ผลิตรถยนต์ในอนาคตต้องมี แต่ในปัจจุบันตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในสหรัฐอเมริกา
มีอัตราการเติบโตชะลอลง จากการผ่อนคลายกฎระเบียบด้านพลังงานฟอสซิล รวมถึงการปรับเปลี่ยนนโยบายสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า

ขณะที่ตลาดจีน ความต้องการและคุณค่าที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญเริ่มเปลี่ยนจากคุณสมบัติด้านกายภาพของรถยนต์ เช่น อัตราการประหยัดน้ำมันและพื้นที่ภายในห้องโดยสาร ไปสู่คุณสมบัติด้านซอฟต์แวร์ที่สามารถพัฒนาและอัปเดตได้อย่างต่อเนื่องตามความต้องการของผู้ใช้งาน ส่งผลให้การแข่งขันในตลาดทวีความรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะจากการเข้ามาของผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหม่ ที่มีวงจรการพัฒนาผลิตภัณฑ์สั้นและมีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยียานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ (Software-Defined Vehicle: SDV) รวมถึงระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง (ADAS) ภายใต้สภาพการแข่งขันดังกล่าวนี้ ฮอนด้า จึงไม่สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีความคุ้มค่าเหนือกว่าผู้ผลิตรายใหม่ได้ ส่งผลให้ความสามารถในการแข่งขันในตลาดลดลง

ธุรกิจยานยนต์ของฮอนด้า กำลังเผชิญความท้าทายอย่างมากในด้านผลประกอบการจากหลายปัจจัย ทั้งการปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ รวมถึงกำไรของรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปและรถยนต์ไฮบริดที่ลดลง ซึ่งเกิดจากผลกระทบของนโยบายภาษีนำเข้าใหม่
ผลกระทบที่เกี่ยวข้องจากการทบทวนแผนกลยุทธ์ยานยนต์ไฟฟ้า
ฮอนด้า ได้พิจารณาถึงทางเลือกต่าง ๆ อย่างรอบคอบ เพื่อปรับปรุงสถานการณ์ด้านผลประกอบการโดยเร็วที่สุด โดยได้ตัดสินใจยกเลิกการพัฒนาและการทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) จำนวน 3 รุ่น ซึ่งเดิมมีแผนการผลิตในสหรัฐอเมริกา ได้แก่ Honda 0 SUV, Honda 0 Saloon และ Acura RSX โดยบริษัทฯ คาดว่า การเริ่มผลิตและจำหน่ายรถยนต์ทั้ง 3 รุ่นในสภาพแวดล้อมทางธุรกิจปัจจุบัน ที่ความต้องการของรถยนต์ไฟฟ้าลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อาจก่อให้เกิดผลกระทบที่มากขึ้นในระยะยาว

จากการตัดสินใจดังกล่าว ฮอนด้า ได้ประเมินผลสืบเนื่อง ดังนี้
  1. ค่าใช้จ่ายจากการตัดจำหน่ายทรัพย์สิน ทั้งที่เป็นตัวเงินและไม่เป็นตัวเงิน ซึ่งเตรียมไว้สำหรับการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าทั้ง 3 รุ่น
  2. ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดจากการยุติการพัฒนาและการทำตลาดรถยนต์รุ่นดังกล่าว
นอกจากนี้ จากการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นในตลาดจีน ฮอนด้า ได้ทบทวนความสามารถในการก่อให้เกิดผลตอบแทนของเงินลงทุนในประเทศจีน ซึ่งบันทึกตามวิธีส่วนได้เสีย และคาดว่าจะรับรู้ผลขาดทุนจากการด้อยค่าของเงินลงทุน (Impairment loss on the investments) ดังกล่าว

จากปัจจัยที่กล่าวมาทั้งหมดข้างต้น ในส่วนของงบการเงินรวมสำหรับปีงบประมาณปัจจุบัน ฮอนด้า คาดว่าจะรับรู้
  1. ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานในช่วง 820,000 ล้านเยน ถึง 1.12 ล้านล้านเยน
  2. ส่วนแบ่งผลขาดทุนจากเงินลงทุนที่บันทึกตามวิธีส่วนได้เสียในช่วง 110,000 ล้านเยน ถึง 150,000 ล้านเยน
นอกจากนี้ บริษัทคาดว่าจะรับรู้ผลขาดทุนพิเศษในงบการเงินเฉพาะกิจการสำหรับปีงบประมาณเดียวกัน ในช่วง 340,000 ล้านเยน ถึง 570,000 ล้านเยน ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวเป็นการประมาณการเบื้องต้น ณ วันที่ 12 มีนาคม 2569 และจะมีการสรุปตัวเลขสุดท้ายในงบการเงินรวม และงบการเงินเฉพาะกิจการสำหรับปีงบประมาณที่สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569 นอกจากนี้ ในปีงบประมาณถัดไปรวมถึงหลังจากนี้ ฮอนด้า อาจมีค่าใช้จ่ายหรือผลกระทบเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับการทบทวนแผนกลยุทธ์ด้านรถยนต์ไฟฟ้าดังกล่าว เมื่อรวมกับผลกระทบที่คาดว่าจะรับรู้ในปีงบประมาณปัจจุบัน คาดว่ามูลค่าผลกระทบรวมอาจสูงสุดไม่เกิน 2.5 ล้านล้านเยน ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวเป็นการประมาณการจากข้อมูลที่มีอยู่ ณ ปัจจุบัน และยังมีความไม่แน่นอน ซึ่งอาจส่งผลให้ผลกระทบที่เกิดขึ้นจริงแตกต่างจากการประมาณการดังกล่าว

อีกทั้งเพื่อรักษาเสถียรภาพและความต่อเนื่องในการจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้น ฮอนด้า ได้นำอัตรา DOE (Dividend on Equity) มาใช้เป็นตัวชี้วัดหลักในการจัดสรรผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้น ดังนั้น แม้จะมีการปรับประมาณการผลประกอบการรวมสำหรับปีงบประมาณสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569 บริษัทฯ ได้ตัดสินใจไม่ปรับเปลี่ยนประมาณการเงินปันผลต่อหุ้นสำหรับปีงบประมาณนี้
ทิศทางในอนาคตของการปรับโครงสร้างธุรกิจยานยนต์
ฮอนด้า อยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างกรอบกลยุทธ์ใหม่ พร้อมเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เพื่อรองรับกับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว สืบเนื่องจากการชะลอตัวของการเติบโตในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในสหรัฐอเมริกา ฮอนด้า จะทบทวนการจัดสรรทรัพยากร และให้ความสำคัญกับการเสริมความแข็งแกร่งของรถยนต์ไฮบริดมากยิ่งขึ้น สำหรับกลยุทธ์ในระดับภูมิภาค นอกเหนือจากตลาดหลักอย่างญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา ฮอนด้า จะเสริมความแข็งแกร่งของไลน์อัปผลิตภัณฑ์ และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุนในประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นตลาดที่คาดว่าจะมีการขยายตัว รวมถึงประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชีย โดยมุ่งยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน ผ่านการนำเสนอรถยนต์ไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ (Honda Next-generation hybrid) รวมทั้งทบทวนการจัดสรรทรัพยากรให้เหมาะสม
 
นอกจากนี้ ฮอนด้า จะปรับโครงสร้างต้นทุนคงที่ให้เหมาะสมกับขนาดธุรกิจ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งทางธุรกิจ พร้อมเดินหน้าแผนการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าในระยะยาวอย่างยืดหยุ่น โดยพิจารณาควบคู่ไปกับการสร้างสมดุลระหว่างความสามารถในการทำกำไรและแนวโน้มของตลาด
 
ทั้งนี้ แม้มีความเป็นไปได้ว่าอาจเกิดค่าใช้จ่ายหรือผลขาดทุนเพิ่มเติมในปีงบประมาณถัดไป ฮอนด้า ยังคงมุ่งรักษาผลตอบแทนที่มั่นคงให้แก่ผู้ถือหุ้น โดยมุ่งยกระดับความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจยานยนต์ ผ่านการเสริมความแข็งแกร่งของไลน์อัปผลิตภัณฑ์ รวมถึงรถยนต์ไฮบริดรุ่นใหม่ ควบคู่กับการใช้ศักยภาพด้านรายได้และการสร้างกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งจากธุรกิจรถจักรยานยนต์และธุรกิจบริการทางการเงิน
 
โดยฮอนด้า เตรียมเปิดเผยรายละเอียดการปรับทบทวนแผนกลยุทธ์ธุรกิจยานยนต์ระยะกลางถึงระยะยาว ในงานแถลงข่าวช่วงเดือนพฤษภาคมนี้
 
 การปรับแผนประมาณการผลประกอบการรวม สำหรับปีงบประมาณสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569 (1 เมษายน 2568 – 31 มีนาคม 2569)
รายการ รายได้
จากการขาย
(พันล้านเยน)
กำไรจาก
การดำเนินงาน
(พันล้านเยน)
กำไร
ก่อนภาษีเงินได้
(พันล้านเยน)
กำไรสำหรับปี
ที่เป็นส่วนของ
ผู้ถือหุ้น
บริษัทแม่
(พันล้านเยน)
ส่วนแบ่งกำไร (ขาดทุน) 
จากเงินลงทุน
ที่บันทึกตามวิธีส่วนได้เสีย
(พันล้านเยน)
กำไรต่อหุ้น
ที่เป็นส่วนของ
ผู้ถือหุ้น
บริษัทแม่
(เยน)
 
ประมาณการเดิม (A) 21,100.0 550.0 620.0 360.0 300.0 75.05
ประมาณการใหม่ (B) 21,100.0 -570.0 
ถึง
-270.0
-650.0
ถึง
-310.0
-630.0
ถึง
360.0
690.0
ถึง
-420.0
-172.62
ถึง
-105.07
เปลี่ยนแปลง (B-A) 0 -1,120.0
ถึง
-820.0
-1,270
ถึง
-930.0
-990.0
ถึง
-720.0
-990.0
ถึง
-720.0
 
% เปลี่ยนแปลง - - - - - -
(อ้างอิง)
ผลประกอบการ
ปีก่อน
(ปีงบประมาณสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2568)
21,688.767 1,213.486 1,317.640 903.034 835.837 178.93
 
   หมายเหตุ: ประมาณการผลประกอบการสำหรับรอบปีงบประมาณ 12 เดือนนี้ เป็นการประเมินโดยผู้บริหารระดับสูงของฮอนด้า โดยอ้างอิงจากข้อมูลที่มีอยู่ ณ ปัจจุบัน และเปิดเผยในรูปแบบช่วงตัวเลข เนื่องจากยังมีปัจจัยเสี่ยงและความไม่แน่นอนที่อาจส่งผลต่อผลลัพธ์จริง
 
การคืนและปรับลดค่าตอบแทนผู้บริหารโดยสมัครใจ
จากการปรับประมาณการผลประกอบการสำหรับปีงบประมาณสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569 และผลขาดทุนที่เกิดจากการทบทวนแผนกลยุทธ์ด้านยานยนต์ไฟฟ้า ผู้บริหารบางส่วนของฮอนด้า ได้ตัดสินใจคืนค่าตอบแทนรายเดือนโดยสมัครใจ สำหรับปีงบประมาณที่สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2570 โดยมีรายละเอียดดังนี้
กลุ่มผู้บริหาร มาตรการคืนค่าตอบแทน
ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร 
(President and Representative Executive Officer)
และรองประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
(Vice President and Representative Executive Officer)
 
คืนค่าตอบแทนรายเดือน 30% 
เป็นระยะเวลา 3 เดือน
 
สมาชิกคณะกรรมการบริหาร (Executive Council) 
และผู้บริหารระดับสูงที่รับผิดชอบธุรกิจยานยนต์ 
(Managing Executive Officers involved in automobile operations*)
 
คืนค่าตอบแทนรายเดือน 20%
เป็นระยะเวลา 3 เดือน
 
 
*เฉพาะผู้บริหารที่มีความรับผิดชอบที่เกี่ยวข้องในปีงบประมาณสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569 โดยไม่รวมผู้บริหารที่มีกำหนดเกษียณอายุในวันที่ 31 มีนาคม 2569
 
นอกจากนี้ ฮอนด้า ยังตัดสินใจให้ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร รวมถึงรองประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร งดรับค่าตอบแทนตามผลงานระยะสั้น (Short-Term Incentive: STI) สำหรับปีงบประมาณสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569 จากมาตรการดังกล่าว ส่งผลให้ ค่าตอบแทนรวมรายปีของผู้บริหารระดับสูงลดลงประมาณ 25 - 30% จากระดับปกติ
 
แท็กที่เกี่ยวข้อง honda ข่าวฮอนด้า evcar ev

รถยนต์เปิดตัวล่าสุด

ดูทั้งหมด

บทความรถยนต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด