ไอคอนบทความ

บทความรถยนต์

icon-filter ค้นหารถยนต์แบบละเอียด
product filter
product filter
product filter
product filter
product filter

รีวิว FIREFLY พลัง 143 ม้า ขับหลัง วิ่งได้ 400 กม. ออปชั่นเยอะ

Share
รีวิว FIREFLY พลัง 143 ม้า ขับหลัง วิ่งได้ 400 กม. ออปชั่นเยอะ
บริษัท ธนบุรีบลูสกาย จำกัด บริษัทในเครือกลุ่มธนบุรี ผู้นำเข้าและผู้จำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมแบรนด์ NIO (นีโอ) ในประเทศไทย ประกาศเปิดตัวแบรนด์อย่างเป็นทางการ พร้อมเผยโฉมยนตรกรรมไฟฟ้าพวงมาลัยขวารุ่นแรก Firefly (ไฟเออร์ฟลาย) พรีเมียมซิตี้คาร์พลังงานไฟฟ้า 100% ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่ ภายใต้แนวคิด Freedom to Glow อิสระทุกการเดินทาง ก้าวไปอย่างมั่นใจ ซึ่งทาง ธนบุรีบลูสกาย ก็ได้จัดให้สื่อมวลชนไปร่วมสัมผัส Firefly ก่อนที่จะประกาศราคาอย่างเป็นทางการในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ที่กำลังจะถึงนี้ (ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน) สำหรับทาง Checkraka ก็มี กูรูช้าง-สินธนุ จำปีศรี ไปร่วมกิจกรรมดังกล่าว ไปดูพร้อมกันครับว่ารถพรีเมียมซิตี้คาร์พลังงานไฟฟ้าคันนี้ จะมีดีอะไรที่น่าสนใจกันบ้าง
อ่านบทความและข่าว Firefly ที่เกี่ยวข้อง
ดีไซน์ภายนอก: ขนาดกะทัดรัด แต่รายละเอียดทันสมัย
เริ่มต้นจากการออกแบบภายนอก ตัวรถมีรูปลักษณ์ที่ดูทันสมัยและค่อนข้างโดดเด่น ไฟหน้ามีลักษณะคล้ายแบบโปรเจกเตอร์ พร้อมโลโก้แบรนด์บริเวณด้านหน้า
ล้อที่ติดตั้งมาเป็นขนาด 215/50 R18 ซึ่งถือว่าเป็นไซซ์เดียวกับรถไฟฟ้ารุ่นยอดนิยมอย่าง ORA Good Cat ทำให้ช่วยเสริมภาพลักษณ์ให้รถดูสปอร์ตขึ้น
บริเวณตัวรถยังติดตั้ง กล้องรอบคันหลายตำแหน่ง ทั้งด้านข้าง ด้านหน้า และด้านหลัง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบช่วยขับขี่และระบบมองภาพรอบคัน ด้านท้ายรถมีดีไซน์ที่ดูคล้ายกับรถไฟฟ้าหลายรุ่นในกลุ่มเดียวกัน โดยมีสปอยเลอร์ด้านหลังพร้อมกล้องมองหลังติดตั้งอยู่บริเวณด้านบน
 
อีกจุดที่น่าสนใจคือ พื้นที่เก็บของด้านหน้า (Frunk) ซึ่งมีขนาดค่อนข้างใหญ่ สามารถใช้เก็บของได้สะดวก และยังมีไฟส่องสว่างสำหรับการใช้งานตอนกลางคืน ถือเป็นรายละเอียดเล็ก ๆ ที่สะท้อนถึงความใส่ใจในการออกแบบ
ห้องโดยสาร: วัสดุดีเกินคาด พร้อมดีไซน์ทันสมัย
เมื่อเข้ามาภายในห้องโดยสาร สิ่งที่รู้สึกได้ทันทีคือ คุณภาพวัสดุที่ค่อนข้างดีเกินคาดสำหรับรถระดับนี้ แผงประตูและหลายส่วนของห้องโดยสารใช้วัสดุแบบ Soft-touch รวมถึงวัสดุคล้ายหนังกลับที่ช่วยเพิ่มความรู้สึกพรีเมียม ดีไซน์ภายในโดยรวมมีความเรียบง่าย แต่ดูทันสมัย คล้ายกับแนวทางของรถไฟฟ้ารุ่นอื่นในตลาด เช่น ORA Good Cat
 
องค์ประกอบหลักภายในประกอบด้วย
  • หน้าจอมาตรวัดขนาดเล็กสำหรับแสดงข้อมูลสำคัญ เช่น
    • ความเร็ว
    • ระดับแบตเตอรี่
    • อัตราการใช้พลังงาน
    • ตำแหน่งเกียร์
  • หน้าจอกลางขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นศูนย์ควบคุมระบบต่าง ๆ ของรถ เนื่องจากตัวรถแทบไม่มีปุ่มกดแบบดั้งเดิม การควบคุมหลายอย่างจึงต้องทำผ่านหน้าจอกลาง เช่น
    • การตั้งค่าระบบปรับอากาศ
    • ระบบความบันเทิง
    • ระบบช่วยขับขี่
เทคโนโลยีและฟีเจอร์เด่น
Firefly มาพร้อมกับอุปกรณ์และเทคโนโลยีที่ถือว่าให้มาค่อนข้างครบสำหรับรถไฟฟ้าขนาดเล็ก
ระบบความบันเทิง
ระบบเครื่องเสียงติดตั้ง ลำโพงถึง 14 ตำแหน่ง พร้อมระบบเสียง Dolby Atmos ซึ่งให้คุณภาพเสียงที่น่าประทับใจแม้จะฟังวิทยุทั่วไป
หลังคากระจกพาโนรามา
รถมาพร้อม หลังคากระจกแบบ Panorama ช่วยให้ห้องโดยสารดูโปร่งและทันสมัยมากขึ้น
ระบบช่วยขับขี่
รถติดตั้งระบบช่วยขับขี่หลายรายการ เช่น
  • Adaptive Cruise Control
  • ระบบเตือนรถในจุดอับสายตา
  • ระบบเตือนออกนอกเลน
  • กล้องรอบคัน 360 องศา
นอกจากนี้ยังมีระบบแสดงสัญญาณเตือนบนหน้าจอและกระจกมองข้าง เมื่อมีรถเข้ามาในจุดอับสายตา
โหมดพักผ่อน (Nap Mode)
อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่น่าสนใจคือ โหมดพักผ่อน ซึ่งสามารถปรับเบาะให้เอนนอนได้อัตโนมัติ พร้อมตั้งเวลาพักได้ เช่น 30 นาที และเมื่อครบเวลา เบาะจะปรับกลับสู่ตำแหน่งเดิม
พื้นที่โดยสาร
พื้นที่เบาะหลังมีขนาดใกล้เคียงกับรถไฟฟ้าขนาดเล็กอย่าง EX2 โดยไม่ได้กว้างมากนัก อย่างไรก็ตาม คุณภาพวัสดุและการตกแต่งถือว่าทำได้ดี ทำให้ภาพรวมของห้องโดยสารดูพรีเมียมเกินกว่าขนาดตัวรถ
สมรรถนะและระบบขับเคลื่อน
Firefly ใช้ระบบขับเคลื่อน มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) สเปกเบื้องต้นประกอบด้วย
  • กำลังสูงสุดประมาณ 143 แรงม้า
  • แรงบิด 200 นิวตันเมตร
ตัวเลขดังกล่าวใกล้เคียงกับ ORA Good Cat ซึ่งถือว่าเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน น้ำหนักตัวรถอยู่ที่ประมาณ 1,400 กิโลกรัม
แบตเตอรี่และระยะทางวิ่ง
รถเคลมระยะทางวิ่งสูงสุดประมาณ 400 กิโลเมตร (มาตรฐาน NEDC) จากการทดลองขับจริง ระยะทางที่หน้าจอแสดงอยู่ประมาณ 321 กิโลเมตร ระหว่างการขับขี่ในช่วงแรก พบว่า
  • ระดับแบตเตอรี่ประมาณ 80%
  • ระยะทางคงเหลือประมาณ 288 กม.
ซึ่งถือว่าเพียงพอสำหรับการใช้งานในเมืองแบบ Daily Use หากใช้รถวันละประมาณ 60–70 กม. อาจชาร์จเพียง 2–3 วันต่อครั้ง ก็ยังใช้งานได้สบาย
การชาร์จไฟ
Firefly รองรับการชาร์จแบบ DC Fast Charge สูงสุดประมาณ 100 kW ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่ดีสำหรับรถไฟฟ้าขนาดเล็ก
ความรู้สึกในการขับขี่
จากการทดลองขับช่วงสั้น ๆ พบว่า
จุดเด่น
  • ห้องโดยสารค่อนข้างเงียบ
  • ช่วงล่างนุ่มนวล
  • อัตราเร่งตอบสนองดีในโหมด Sport
ข้อสังเกต
  • ช่วงล่างค่อนข้างนุ่ม เมื่อขับเร็วอาจมีอาการโยนเล็กน้อย
  • การควบคุมแอร์ผ่านหน้าจออาจต้องใช้เวลาปรับตัว
โดยรวมแล้วถือว่า ขับสบาย เหมาะกับการใช้งานในเมือง
เปรียบเทียบกับคู่แข่งในตลาด
เมื่อเทียบกับรถในกลุ่มเดียวกัน ช่วงล่างอาจนุ่มกว่า ORA Good Cat สมรรถนะอาจสู้ AION UT รุ่น 200 แรงม้า ไม่ได้ แต่ยังถือว่าเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไป
สรุปจาก...กูรูช้าง
Firefly เป็นรถไฟฟ้าขนาดเล็กที่เน้นความพรีเมียมและเทคโนโลยี โดยมีจุดเด่นสำคัญคือ
  • ออปชันจัดเต็ม
  • ระบบช่วยขับขี่ครบ
  • วัสดุภายในดีเกินคาด
  • ระยะทางวิ่งเพียงพอสำหรับการใช้งานในเมือง
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องรอลุ้นมากที่สุดคือ ราคาเปิดตัว หลายฝ่ายคาดว่าราคาอาจอยู่ประมาณ 700,000 – 900,000 บาท ซึ่งหากทำราคาได้ในระดับนี้ ก็มีโอกาสกลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในตลาดรถไฟฟ้าขนาดเล็กในประเทศไทย
 
เขียนโดย วโรดม อิ้วลันตา CAR GURU

Line กูรู
พูดคุยกับกูรูได้ที่

ตารางผ่อนดาวน์ Firefly 400

คำนวณสินเชื่อเพื่อออกรถยนต์
ตัวช่วยให้คุณพิจารณาข้อมูลเบื้องต้นก่อนตัดสินใจซื้อรถ
ดาวน์ ยอดเงินดาวน์
(บาท)
จำนวนงวดผ่อน (เดือน)
48 60 72 84

รถยนต์เปิดตัวล่าสุด

ดูทั้งหมด

แนะนำรถยนต์ไฟฟ้าล่าสุด

Chery | V23 Chery | V23
เฌอรี่ Chery V23 4WD PEAK ปี 2025 879,900 บาท
Leapmotor | B10 Leapmotor | B10
ลีปมอเตอร์ Leapmotor B10 Design ปี 2025 788,000 บาท
MG | S5 EV MG | S5 EV
เอ็มจี MG S5 EV Plus V+ ปี 2025 849,900 บาท
Xpeng | X9 Xpeng | X9
เอ็กซ์เผิง Xpeng X9 Luxury Special Color Edition ปี 2025 2,789,000 บาท

บทความรถยนต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด