บริษัท อินช์เคป (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์จากัวร์และแลนด์โรเวอร์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เปิดตัว Defender 110 Trophy Edition รุ่นพิเศษล่าสุด เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปี แห่งการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการนำเสนอประสบการณ์การขับขี่และการบริการระดับพรีเมียมแก่ลูกค้าชาวไทยอย่างต่อเนื่องตลอดทศวรรษที่ผ่านมา พร้อมสะท้อนบทบาทผู้นำด้านการนำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์ระดับหรูในตลาดประเทศไทย และเพื่อตอกย้ำการกลับมาสู่เวทีการแข่งขันผจญภัยระดับนานาชาติ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากกิจกรรม Trophy และ Challenge ในอดีต พร้อมอุปกรณ์เสริมที่คัดสรรมาเป็นพิเศษสำหรับการเดินทางสุดท้าทายในทุกเส้นทาง สำหรับรถคันนี้มีดียังไง กูรูช้าง-สินธนุ จำปีศรี จะพาไปชมว่าด้วยราคา 7.799 ลบ. ทำไมขายดีจนเหลือแค่ 3 คัน
อ่านบทความและข่าว Land Rover ที่เกี่ยวข้อง
- Land Rover Defender 110 Trophy Edition รุ่นพิเศษจำนวนจำกัดเพียง 10 คัน ในราคา 7.799 ล้านบาท พร้อมเปิดรับผู้กล้าร่วมการแข่งขันผจญภัยระดับโลก Defender Trophy
- LAND ROVER DEFENDER OCTA Edition One เปิดตัวในไทยในราคา 22 ล้านบาท พร้อมฉลองเปิดโชว์รูมใหม่ที่สยามพารากอน
- Jaguar-Land Rover ชวนนักสะสมและคนรักรถร่วมเป็นเจ้าของรถยนต์คลาสสิก
- LAND ROVER เชิญลูกค้ารับสิทธิพิเศษโค้งสุดท้ายก่อน "ปรับขึ้นราคา" หลังภาษีสรรพสามิตใหม่บังคับใช้ ต้นปี 2569
- 2025 Land Rover Defender Octa สายลุยที่แรงที่สุด เครื่อง V8 ทำ 0-100 ไม่เกิน 4 วินาที
.jpg.webp)
Land Rover Defender 110 Trophy Edition ลิมิเต็ดออฟโรดตัวจริง เหลือเพียง 3 คันในไทย ราคา 7.799 ล้านบาท
Land Rover Defender ถือเป็นหนึ่งในรถออฟโรดระดับตำนานของโลก และสำหรับรุ่นพิเศษ Defender 110 Trophy Edition ยิ่งเพิ่มความพิเศษมากขึ้นไปอีก เพราะมีจำนวนจำกัดในประเทศไทยเพียง 10 คันเท่านั้น ปัจจุบันถูกจับจองไปแล้ว 7 คัน เหลือเพียง 3 คันสุดท้าย แม้ราคาจะสูงถึง 7,799,000 บาท แต่ก็ยังได้รับความสนใจจากแฟนพันธุ์แท้ของแบรนด์อย่างมาก คำถามคือ..อะไรทำให้รุ่นนี้พิเศษ และทำไมถึงขายดีขนาดนี้? ไปดูรายละเอียดของ Land Rover Defender 110 Trophy Edition แบบครบทุกมิติ ทั้งดีไซน์ อุปกรณ์ สมรรถนะ และความสามารถในการลุยแบบตัวจริง
Land Rover Defender ถือเป็นหนึ่งในรถออฟโรดระดับตำนานของโลก และสำหรับรุ่นพิเศษ Defender 110 Trophy Edition ยิ่งเพิ่มความพิเศษมากขึ้นไปอีก เพราะมีจำนวนจำกัดในประเทศไทยเพียง 10 คันเท่านั้น ปัจจุบันถูกจับจองไปแล้ว 7 คัน เหลือเพียง 3 คันสุดท้าย แม้ราคาจะสูงถึง 7,799,000 บาท แต่ก็ยังได้รับความสนใจจากแฟนพันธุ์แท้ของแบรนด์อย่างมาก คำถามคือ..อะไรทำให้รุ่นนี้พิเศษ และทำไมถึงขายดีขนาดนี้? ไปดูรายละเอียดของ Land Rover Defender 110 Trophy Edition แบบครบทุกมิติ ทั้งดีไซน์ อุปกรณ์ สมรรถนะ และความสามารถในการลุยแบบตัวจริง
.jpg.webp)
ดีไซน์ภายนอก : เอกลักษณ์ Trophy Edition สายลุยแท้
Defender 110 Trophy Edition ถูกออกแบบมาเพื่อสะท้อนจิตวิญญาณของการแข่งขันออฟโรดในอดีตของ Land Rover โดยเฉพาะ
สีตัวถังพิเศษ
รุ่นนี้มีให้เลือกเพียง 2 สีเท่านั้น
Defender 110 Trophy Edition ถูกออกแบบมาเพื่อสะท้อนจิตวิญญาณของการแข่งขันออฟโรดในอดีตของ Land Rover โดยเฉพาะ
สีตัวถังพิเศษ
รุ่นนี้มีให้เลือกเพียง 2 สีเท่านั้น
- สีเหลือง Deep Sandglow Yellow
- สีเขียว (heritage style)
สีเหลืองถือเป็นสีเอกลักษณ์ของรุ่น Trophy ซึ่งสื่อถึงตำนานการแข่งขันออฟโรดของแบรนด์
.jpg.webp)
.jpg.webp)
.jpg.webp)
.jpg.webp)
การตกแต่งภายนอก
ตัวรถเน้นโทนสีดำเพื่อเพิ่มความดุดัน องค์ประกอบสำคัญ เช่น
ตัวรถเน้นโทนสีดำเพื่อเพิ่มความดุดัน องค์ประกอบสำคัญ เช่น
- ซุ้มล้อสีดำ
- บันไดข้างสีดำ
- กระจกมองข้างสีดำ
- หลังคาและชิ้นส่วนตกแต่งสีดำ
ทำให้รถดู ดุดันและพร้อมลุยมากขึ้น
ล้ออัลลอยดีไซน์พิเศษ
- ขนาด 20 นิ้ว
- ลายเฉพาะรุ่น Trophy Edition
- ดีไซน์คล้ายล้อกระทะแบบคลาสสิก
แม้จะดูเหมือนล้อเหล็ก แต่จริง ๆ แล้วเป็น ล้ออัลลอยที่แข็งแรงมาก
ยาง All-Terrain
รถมาพร้อมยาง All-Terrain จาก Goodyear
ข้อดีคือ
ยาง All-Terrain
รถมาพร้อมยาง All-Terrain จาก Goodyear
ข้อดีคือ
- ลุยโคลนได้
- ลุยกรวดได้
- ขับถนนปกติได้ดี
เรียกว่า ซื้อไปก็ลุยได้ทันที ไม่ต้องแต่งเพิ่ม
อุปกรณ์สายลุยจากโรงงาน
Defender Trophy Edition มาพร้อมอุปกรณ์สำหรับสายแคมป์และออฟโรด เช่น
อุปกรณ์สายลุยจากโรงงาน
Defender Trophy Edition มาพร้อมอุปกรณ์สำหรับสายแคมป์และออฟโรด เช่น
- Roof Rack สำหรับบรรทุกอุปกรณ์
- กล่องเก็บอุปกรณ์ด้านข้างรถ
- บันไดปีนขึ้นหลังคา
- สติ๊กเกอร์ Trophy Edition เฉพาะรุ่น
ทั้งหมดนี้ออกแบบมาเพื่อ ใช้งานจริง ไม่ใช่แค่ตกแต่ง
.jpg.webp)
ขุมพลัง : Plug-in Hybrid 404 แรงม้า
แม้จะเป็นรถออฟโรดตัวใหญ่ แต่ Defender Trophy Edition ใช้เทคโนโลยีไฮบริดสมัยใหม่
เครื่องยนต์
แม้จะเป็นรถออฟโรดตัวใหญ่ แต่ Defender Trophy Edition ใช้เทคโนโลยีไฮบริดสมัยใหม่
เครื่องยนต์
- เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร เทอร์โบ
- ระบบ Plug-in Hybrid (PHEV)
พละกำลังรวม
- กำลังสูงสุด 404 แรงม้า
- แรงบิด 640 นิวตันเมตร
ระบบส่งกำลัง
- เกียร์อัตโนมัติ 8 Speed
- ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (AWD)
อัตราเร่ง
0-100 km/h ในประมาณ 5.6 วินาที ซึ่งถือว่าเร็วมากสำหรับรถไซซ์ใหญ่ระดับนี้
0-100 km/h ในประมาณ 5.6 วินาที ซึ่งถือว่าเร็วมากสำหรับรถไซซ์ใหญ่ระดับนี้
โหมดไฟฟ้า : วิ่ง EV ได้ 44 กม.
ในฐานะ Plug-in Hybrid รถคันนี้สามารถขับแบบไฟฟ้าล้วนได้
ในฐานะ Plug-in Hybrid รถคันนี้สามารถขับแบบไฟฟ้าล้วนได้
ระยะทาง EV
- ประมาณ 44 กม. (มาตรฐาน WLTP)
.jpg.webp)
การชาร์จไฟ
รองรับทั้ง
รองรับทั้ง
- AC Charging
- DC Charging
หัวชาร์จแบบ Type 2
เหมาะสำหรับ
เหมาะสำหรับ
- ขับในเมืองแบบเงียบ
- ขับเข้าป่าโดยไม่ต้องใช้เครื่องยนต์
- ลดการใช้น้ำมัน
.jpg.webp)
.jpg.webp)
.jpg.webp)
.jpg.webp)
.jpg.webp)
.jpg.webp)
ภายในห้องโดยสาร : หรู + ลุย
ภายในของ Defender Trophy Edition เป็นการผสมผสานระหว่าง
ภายในของ Defender Trophy Edition เป็นการผสมผสานระหว่าง
- ความหรูหราของรถยุโรป
- ความแข็งแกร่งแบบรถออฟโรด
จุดเด่นภายใน
- ตกแต่ง Trim สีเหลือง Trophy
- พวงมาลัย Multi-Function
- เบาะไฟฟ้า + Memory Seat
- Head-Up Display
เหมาะสำหรับการใช้งานทั้ง
- ครอบครัว
- เดินทางไกล
- ทริปแคมป์ปิ้ง
.jpg.webp)
ระบบ Infotainment และเทคโนโลยีหน้าจอกลาง
หน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่รองรับ
หน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่รองรับ
- Apple CarPlay
- Android Auto
- Navigation
กล้องรอบคัน
ระบบกล้อง 360 องศา จุดเด่นคือ
ระบบกล้อง 360 องศา จุดเด่นคือ
- ซูมดูพื้นด้านหน้ารถได้
- เหมาะกับการลุยทางแคบ
ระบบแสดงข้อมูลออฟโรด
สามารถแสดงข้อมูลเช่น
- การกระจายกำลังล้อ
- องศาการเอียงของรถ
- มุมไต่
เหมาะกับการขับในพื้นที่สมบุกสมบัน
ระบบขับเคลื่อนออฟโรด
Defender ขึ้นชื่อเรื่องการลุยอยู่แล้ว และรุ่นนี้ก็จัดเต็ม Terrain Response มีโหมดการขับหลายรูปแบบ เช่น
Defender ขึ้นชื่อเรื่องการลุยอยู่แล้ว และรุ่นนี้ก็จัดเต็ม Terrain Response มีโหมดการขับหลายรูปแบบ เช่น
- Eco
- Comfort
- Gravel
- Mud & Ruts
- Sand
- Rock Crawl
ระบบจะปรับ คันเร่ง เกียร์ ระบบขับเคลื่อน ให้เหมาะกับสภาพพื้นผิว
ระบบช่วยลงทางชัน
Hill Descent Control ช่วยควบคุมความเร็วเวลาลงเขา
ช่วงล่างถุงลม
สามารถ
ระบบช่วยลงทางชัน
Hill Descent Control ช่วยควบคุมความเร็วเวลาลงเขา
ช่วงล่างถุงลม
สามารถ
- ปรับสูง
- ปรับต่ำ
เพื่อให้เหมาะกับ
- การลุย
- การขึ้นลงรถ
- การขับทางไกล
.jpg.webp)
ประสบการณ์การขับขี่
แม้จะเป็นรถออฟโรด แต่ Defender ให้ความรู้สึกขับขี่แบบรถหรู ที่มีจุดเด่น อยู่ที่
แม้จะเป็นรถออฟโรด แต่ Defender ให้ความรู้สึกขับขี่แบบรถหรู ที่มีจุดเด่น อยู่ที่
- ช่วงล่างนุ่มนวล
- เก็บเสียงดีมาก
- ระบบความปลอดภัยครบ เช่น เตือนออกนอกเลน, Blind Spot, ระบบเรดาร์ช่วยขับ
เมื่อปรับช่วงล่างต่ำลง รถจะนิ่งขึ้น ลดอาการโยนของตัวถัง
ทำไม Defender 110 Trophy Edition ถึงขายดี?
แม้ราคาจะเกือบ 8 ล้านบาท แต่ยังขายดี เพราะเป็น Limited Edition มีเพียง 10 คันในประเทศไทย, แบรนด์ Land Rover มีกลุ่มแฟนเฉพาะที่หลงใหลรถสายลุย ทั้งยังมีของแต่งครบจากโรงงาน เรียกว่าซื้อไป พร้อมลุยทันที ที่สำคัญ ดีไซน์ไม่เหมือนรุ่นปกติ
สรุปจากกูรูช้าง
Land Rover Defender 110 Trophy Edition เป็นรถที่รวมทุกอย่างไว้ในคันเดียว
ทำไม Defender 110 Trophy Edition ถึงขายดี?
แม้ราคาจะเกือบ 8 ล้านบาท แต่ยังขายดี เพราะเป็น Limited Edition มีเพียง 10 คันในประเทศไทย, แบรนด์ Land Rover มีกลุ่มแฟนเฉพาะที่หลงใหลรถสายลุย ทั้งยังมีของแต่งครบจากโรงงาน เรียกว่าซื้อไป พร้อมลุยทันที ที่สำคัญ ดีไซน์ไม่เหมือนรุ่นปกติ
สรุปจากกูรูช้าง
Land Rover Defender 110 Trophy Edition เป็นรถที่รวมทุกอย่างไว้ในคันเดียว
- รถหรู
- รถครอบครัว
- รถลุยตัวจริง
พร้อมขุมพลัง Plug-in Hybrid 404 แรงม้า แม้ราคาจะสูงถึง 7,799,000 บาท แต่ด้วยความเป็นรุ่นพิเศษและจำนวนจำกัด ทำให้กลายเป็นรถที่นักสะสมและแฟน Land Rover ต้องการครอบครอง ปัจจุบันในไทยเหลือเพียง 3 คันสุดท้าย ใครที่อยากได้ Defender รุ่นพิเศษจริง ๆ อาจต้องรีบตัดสินใจ
เขียนโดย
วโรดม อิ้วลันตา
CAR GURU
พูดคุยกับกูรูได้ที่
